ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2518

ประเด็นกฎหมาย

ยานพาหนะที่ใช้ภายหลังการวิ่งราวทรัพย์ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 33(1) แห่งประมวลกฎหมายอาญา

หลักกฎหมาย

มาตรา 336 ทวิ เป็นเพียงบทบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น ไม่ได้ทำให้ยานพาหนะเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยอัตโนมัติ การพิจารณาว่ายานพาหนะใดเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตามมาตรา 33(1) ต้องดูพฤติการณ์ว่าผู้กระทำผิดได้ใช้ยานพาหนะนั้นในการกระทำความผิดหรือไม่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลล่างทั้งสองที่ไม่ริบรถจักรยานของกลาง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำโดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าแล้วพาหนีไปโดยใช้รถจักรยานสองล้อเป็นพาหนะ รถจักรยานดังกล่าวเป็นเพียงยานพาหนะที่ใช้ภายหลังการวิ่งราวทรัพย์ หาใช่ใช้ในการวิ่งราวทรัพย์ไม่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2518พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์นายคำภีร์ หงษ์เวียงจันทร์จำเลย ป.อ. ม. 33 (1), ม. 336 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 13ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336ทวิ หาได้บัญญัติให้ถือว่ายานพาหนะดังกล่าวในมาตรานี้เป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดด้วยไม่ แต่เป็นเพียงบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษหนักขึ้นเท่านั้น ส่วนปัญหาที่ว่ายานพาหนะใดเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดซึ่งศาลมีอำนาจสั่งริบตามมาตรา 33(1) นั้น ต้องพิจารณาดูตามพฤติการณ์ของการกระทำแต่ละเรื่องไป ว่าผู้กระทำผิดได้ใช้ยานพาหนะนั้นในการกระทำความผิดหรือไม่จำเลยวิ่งราวสร้อยคอโดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าแล้วพาหนีไปโดยใช้รถจักรยานสองล้อเป็นพาหนะ รถดังกล่าวเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยใช้ภายหลังการวิ่งราวทรัพย์หาใช่ใช้ในการวิ่งราวทรัพย์ไม่ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำของนายประเสริฐ ตั้งสมชัย โดยจำเลยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าแล้วพาหนีไปโดยใช้รถจักรยานสองล้อเป็นพาหนะขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 336ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13 และขอให้ริบรถจักรยานของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 เหลือจำคุกจำเลย 2 ปี รถจักรยานของกลางมิใช่สิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด ไม่ริบโจทก์อุทธรณ์ ขอให้ริบรถจักรยานของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่าใช้เป็นบทลงโทษริบรถจักรยานของกลางรายนี้ได้คือประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2