ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287 - 295/2551

ประเด็นกฎหมาย

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กำหนดค่าชดเชยกรณีประกาศหาผู้สมัครใจลาออก มีผลผูกพันลูกจ้างที่เข้าทำงานภายหลังหรือไม่ และการที่จำเลยขอให้โจทก์ลาออกเนื่อง

หลักกฎหมาย

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างที่ลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องหรือมีส่วนในการเลือกผู้แทนเข้าร่วมเจรจา แต่สิทธิและประโยชน์ตามข้อตกลงย่อมเป็นสิทธิอันสมควรและเป็นธรรมที่ลูกจ้างในกิจกรรมนั้นพึงได้รับโดยเสมอกัน จึงต้องรวมถึงลูกจ้างที่เข้าทำงานภายหลังข้อตกลงมีผลใช้บังคับด้วย

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเพิ่มแก่โจทก์ทั้งเก้าตามจำนวนที่ศาลแรงงานกลางกำหนด พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกับสหภาพแรงงานได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างข้อ 9 กำหนดให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยในอัตราที่สูงกว่ากฎหมายในกรณีที่จำเลยประกาศหาผู้สมัครใจลาออก ต่อมาจำเลยประสงค์จะยุบเลิกแผนกที่โจทก์ทำงานอยู่ จึงทำหนังสือขอความร่วมมือให้โจทก์ลาออก โจทก์ลาออกตามความประสงค์ของจำเลย แต่จำเลยจ่ายค่าชดเชยน้อยกว่าอัตราที่ก

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287 - 295/2551นายจุฑา ภู่ถาวรทรัพย์ กับพวกโจทก์บริษัทคิมเบอร์ลีย์ คล๊าค ประเทศไทย จำกัดจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 19 วรรคหนึ่ง ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 19 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องนั้นตลอดจนลูกจ้างซึ่งมีส่วนในการเลือกตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาทุกคน" บทบัญญัติดังกล่าวแม้จะให้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างซึ่งลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้อง หรือลูกจ้างซึ่งมีส่วนในการเลือกผู้แทนเข้าร่วมในการเจรจาข้อเรียกร้อง แต่การที่นายจ้างให้สิทธิและประโยชน์แก่ลูกจ้างตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าสิทธิและประโยชน์นั้นๆ เป็นสิทธิและประโยชน์อันสมควรและเป็นธรรมที่ลูกจ้างในกิจกรรมนั้นพึงได้รับโดยเสนอกันจึงต้องรวมกันไปถึงลูกจ้างที่เข้าทำงานภายหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับซึ่งไม่มีโอกาสลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้อง หรือมีส่วนในการเลือกผู้แทนเข้าร่วมในการเจรจาข้อเรียกร้องด้วย เมื่อจำเลยกับสหภาพแรงงาน ค. ได้เจรจาตกลงจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ระบุให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างในอัตราที่มากกว่าลูกจ้างจะได้รับถ้าหากถูกเลิกจ้างตามที่บัญญัติไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะนั้น และให้ใช้ในกรณีที่จำเลยประกาศหาผู้สมัครใจลาออกจากงานซึ่งหมายความว่ามิได้ใช้สำหรับกรณีจำเลยเลิกจ้างในกรณีปกติ และมิได้ให้สิทธิแก่ลูกจ้างที่ประสงค์จะลาออกจากงานเอง แต่เป็นการลาออกจากงานตามความประสงค์ของจำเลยที่จะลดจำนว