ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2552นางรันดรหรือปาณิศา ยศวิลัยโจทก์นางเช้า เถื่อนถ้ำผู้ร้องนางแทน เทศนาจำเลย ป.วิ.พ. ม. 145, ม. 296, ม. 296 จัตวา (3) ป.พ.พ. ม. 1477คดีก่อนสามีผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีโดยอ้างเหตุอย่างเดียวกับผู้ร้องแต่ไม่มีพยานมาไต่สวน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าสามีผู้ร้องอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทในฐานะบริวารของจำเลยไม่ได้มีอำนาจพิเศษที่จะครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทโดยอาศัยสิทธิความเป็นเจ้าของได้ การยื่นคำร้องของสามีผู้ร้องถือเป็นการจัดการทรัพย์สินบ้านพิพาทซึ่งถือว่าเป็นสินสมรสหรือกรรมสิทธิ์รวมระหว่างสามี ผู้ร้องกับผู้ร้องในนามของผู้ร้องด้วย ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความดังกล่าวจึงมีผลผูกพันผู้ร้อง ทั้งตามคำร้องผู้ร้องก็มิได้อ้างอำนาจพิเศษนอกเหนือจากที่สามีผู้ร้องอ้าง กรณีจึงต้องถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยและไม่มีสิทธิมายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีได้อีกคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 2561 ตำบลสระโบสถ์ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 86 และ 86/1 เป็นของโจทก์ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านดังกล่าว จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาล