ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2546
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2546นาย เฮนดริก อดอล์ฟ คนิสฯโจทก์ผู้ถูกกล่าวหาโจทก์นาย ศราวุธ กิติพรพงษ์สุขโจทก์นาง เพ็ญประไพ อินต๊ะยศ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 33 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 ม. 11ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมาตรา 33 ให้จำคุก 2 เดือนการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหายังคงถูกพิพากษาลงโทษจำคุก 2 เดือนแต่รอการลงโทษไว้ มิใช่เป็นการปล่อยผู้ถูกกล่าวหากรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(7) พนักงานอัยการจึงฎีกาไม่ได้คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2544 นายศราวุธ กิติพรพงษ์สุข ทนายความซึ่งได้รับใบอนุญาตเลขที่ 583/2539 ผู้ถูกกล่าวหา ได้ยื่นคำร้องและใบมอบฉันทะโดยปลอมแปลงลายมือชื่อของนายชาญวุฒิ จันทร์พิลา ทนายความจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ขอเลื่อนการพิจารณาคดีศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1) และมาตรา 33 ให้จำคุก 2 เดือนผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหาไว้ 1 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่พนักงานอัยการฎีกาขอให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(7)บัญญัติว่า ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษบุคคลใดโดยลำพัง ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยผู้นั้น เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควรจะฎีกาก็ได้ แต่ในคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาว่า