ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2263/2551

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 337
  • มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2263/2551พนักงานอัยการ สำนักอัยการสูงสุดโจทก์นายอุทัย ทีรัตน์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 337ผู้เสียหายนำรถยนต์เข้าไปจอดในบริเวณสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินค่าจอดรถจากผู้เสียหาย การที่จำเลยพูดกับผู้เสียหายว่าถ้าไม่จ่ายค่าจอดรถจะตบและจำเลยนำเก้าอี้ขวางกั้นมิให้ผู้เสียหายขับรถยนต์ออกไป ถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญข่มขืนใจผู้เสียหายให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน เมื่อผู้เสียหายไม่ยอมให้เงินแก่จำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามกรรโชกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา จำเลยทั้งสามร่วมกันข่มขืนใจนางพรทิพย์ผู้เสียหาย ให้ยอมมอบเงินให้ 20 บาท อันเป็นประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินแก่จำเลยทั้งสาม โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ และทรัพย์สินของผู้เสียหาย โดยนำเก้าอี้มาวางขวางหน้ารถยนต์ของผู้เสียหายเพื่อมิให้รถยนต์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ เคาะรถยนต์ของผู้เสียหายและพูดจาข่มขู่จะทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและจะทำอันตรายรถยนต์ของผู้เสียหาย จนผู้เสียหายยอมเช่นว่านั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 92, 337 เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 337 (ที่ถูก 337 วรรคแรก) ให้จำคุกไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำ