ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238 - 244/2489

ประเด็นกฎหมาย

การตีความอำนาจและหน้าที่ของปลัดอำเภอประจำตำบลในการจับกุมผู้กระทำผิดฐานมีผ้าผิดบัญชีที่แจ้งปริมาณ และการรับผ้าไว้เป็นสินน้ำใจเพื่อปกปิดความผิดว่าเข้าข่

หลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจและหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ แม้มิได้มีหน้าที่ตรวจจำนวนผ้าที่แจ้งปริมาณก็ตาม หากกลับรับทรัพย์สินไว้เป็นสินน้ำใจและไม่จับกุมผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นการละเว้นหน้าที่เพื่อให้คุณแก่ผู้กระทำผิด ต้องมีความผิดตามมาตรา 137 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 137 อีกกระทงหนึ่ง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นปลัดอำเภอประจำตำบล แจ้งแก่ผู้กระทำผิดว่ามีผ้าผิดบัญชีและมีความผิดต้องถูกจำคุกและปรับ ผู้กระทำผิดจึงให้ผ้าแก่จำเลยเพื่อปกปิดความผิดไว้ไม่ให้จับกุม จำเลยรับผ้าไว้เป็นสินน้ำใจและไม่จับกุมผู้กระทำผิด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238 - 244/2489อัยการพิษณุโลกโจทก์นายจำนรรจ์ กาสยานนท์จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 135, ม. 137 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม. 28, ม. 101, ม. 16 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2486 ป.วิ.อ. ม. 78ปลัดอำเภอประจำตำบล รับผ้าไว้เป็นสินน้ำใจ ไม่จับกุมผู้กระทำผิดฐานมีผ้าผิดบัญชีที่แจ้งปริมาณไว้มีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 137เพราะเป็นการละเว้นหน้าที่เพื่อให้คุณแก่ผู้กระทำผิดแม้จำเลยจะมิได้มีหน้าที่ตรวจจำนวนผ้าที่แจ้งปริมาณก็ดี แต่จำเลยมีอำนาจและหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตาม พระราชบัญญัติปกครองท้องที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนชั้นจัตวาตำแหน่งปลัดอำเภอประจำตำบล มีอำนาจหน้าที่ทำการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายส่งพนักงานสอบสวนและเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจากราษฎร จำเลยพูดเท็จลวงราษฎรว่า ทางอำเภอให้จำเลยมาเร่งรัดจัดเก็บเงินค่าแสตมป์แจ้งปริมาณผ้าซิ่น และเรียกเก็บเงินบำรุงประถมศึกษา เงินช่วยชาติกับจำเลยเรียกเอาผ้าซิ่นจากผู้มีชื่อเป็นสินน้ำใจเพื่อปกปิดความผิดราษฎรหลงเชื่อให้เงินและของตามที่จำเลยเรียกเก็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 135, 136, 137 และ 304ก่อนจำเลยยื่นคำให้การ เจ้าทุกข์ยื่นคำร้องขอถอนคดีซึ่งเป็นความผิดส่วนตัวเสีย ศาลอนุญาตจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย 2 กระทงตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 135จำคุก 3 ปี และตามมาตรา 137 จำคุก 1 ปี รวม 4 ปี ลดกึ่งเหลือ 2 ปีจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คงให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 315 กระทงเดียว มาตรา 137 ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 137 ด้วย จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงาน มีตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอประจำตำบล ซึ่ง