การตีความข้อยกเว้นความรับผิดในฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี กรณีที่ชายและเด็กหญิงสมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมายอิสลามใน 4 จังหวัดชายแดนใต้
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคท้าย (เดิม) ที่ระบุว่าผู้กระทำไม่ต้องรับโทษหากภายหลังศาลอนุญาตให้สมรสกัน นั้นมีความหมายครอบคลุมกรณีที่ชายและเด็กหญิงเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามและมีภูมิลำเนาใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งทำการสมรสกันโดยถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจั
พิพากษายืนอุทธรณ์ โดยยกฟ้องในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี (ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก) เนื่องจากจำเลยได้รับผลตามข้อยกเว้นในมาตรา 277 วรรคท้าย (เดิม) ส่วนความผิดฐานพรากเด็กให้รอการลงโทษจำคุก 3 ปี และปรับ 5,000 บาท พร้อมคุมความประพฤติ
จำเลยและผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสตูล และทำการสมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมายอิสลาม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8523/2552พนักงานอัยการจังหวัดสตูลโจทก์นายรมหลี มาลิหยันหรือม่าลิหยันจำเลย ป.วิ.อ. ม. 195 วรรคสอง, ม. 225 ป.อ. ม. 277 ป.พ.พ. ม. 1448 พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ถ้าเป็นการกระทำที่ชายกระทำแก่เด็กหญิงอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กหญิงนั้นยินยอมและภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและเด็กหญิงนั้นสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก (เดิม) และวรรคท้าย (เดิม) มีความหมายว่า ในกรณีที่ชายและเด็กหญิงมีอายุไม่เกิน 17 ปีบริบูรณ์ยังไม่อาจที่จะสมรสกัน หากจะสมรสกันต้องมีคำสั่งศาลอนุญาตให้ทำการสมรสได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1448 หรือกรณีที่ชายและเด็กหญิงเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามและมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล ทำการสมรสกันโดยถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก ซึ่งมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 อันเป็นกฎหมายพิเศษให้ใช้บังคับแก่ผู้นับถือศาสนาอิสลามในส่วนที่เกี่ยวด้วยครอบครัวและมรดกเฉพาะในสี่จังหวัดดังกล่าวแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และบรรพ 6 จึงมีผลให้ผู้กระทำผิดในคดีอาญานั้นไม่ต้องรับโทษ จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสตูลทำการสมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมายอิสลาม จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก (เดิม) แม้จำเลยไม่ฎีกาแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225โ