ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7820/2552พันตำรวจโทอรุณ สงผอมโจทก์นายกิตติ เบ็ญละจำเลย ป.วิ.อ. ม. 216, ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 23เมื่อทนายโจทก์ได้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยชอบแล้วและในใบแต่งทนายความโจทก์มอบอำนาจให้ทนายโจทก์ดำเนินการแทนโจทก์ถึงชั้นอุทธรณ์และฎีกา กรณีนี้ย่อมถือได้ว่าโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้ว โจทก์จึงไม่มีเหตุที่จะอ้างว่าไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นเรื่องที่โจทก์และทนายโจทก์ต้องไปว่ากล่าวกันเอง เมื่อปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาล่วงเลยกำหนดระยะเวลายื่นฎีกา ซึ่งต้องยื่นภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 อีกทั้งกรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาภายหลังสิ้นระยะเวลาฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 วันที่ 3 เมษายน 2550 และส่งหมายนัดให้โจทก์และทนายโจทก์ทราบทางไปรษณีย์ โดยส่งหมายนัดให้โจทก์ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏอยู่ในคำฟ้อง ทนายโจทก์ได้รับหมายนัดแล้ว ส่วนโจทก์ส่งให้ไม่ได้เพราะไม่มีผู้รับเมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 จำเลยมาศาล ส่วนโจทก์และทนายโจทก์ไม่มา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้จำเลยฟัง โดยถือว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ต่อมาวันที่ 10 มกราคม 2551 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาอ้างว่า โจทก์ไม่ได้รับหมายนัดฟ