คดีพิพาทเกี่ยวกับการเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ที่ออกโดยเจ้าหน้าที่รัฐ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
แม้การพิจารณาสิทธิในที่ดินจะเป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ต้องใช้กฎหมายแพ่งหรือกฎหมายที่ดินประกอบ แต่การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง (การออก น.ส. 3 ก.) ที่ออกโดยหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง โดยศาลปกครองอาจนำบทบัญญัติแห่ง
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
โจทก์เอกชนฟ้องกรมที่ดินและนายอำเภอขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ที่ออกให้แก่จำเลยเอกชนอื่น โดยอ้างว่าจำเลยเอกชนแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ทำให้การออกเอกสารไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจังหวัดกระบี่เห็นว่าต้องพิจารณาสิทธิในที่ดินก่อนจึงเป็นอำนาจศาลยุติธรรม แต่ศาลปกครองเห็นว่าเป็น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 12/2553นายสมชัย เล็กกอโจทก์กรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 5 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 วรรคหนึ่ง (1) ป.พ.พ. ป.ที่ดิน พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๒/๒๕๕๓ วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดกระบี่ ระหว่าง ศาลปกครองนครศรีธรรมราช การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดกระบี่ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็น มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ นายสมชัย เล็กกอ โจทก์ ยื่นฟ้อง กรมที่ดิน ที่ ๑ นายอำเภอเกาะลันตา ที่ ๒ นายก่อเดด พูนเส็ม ที่ ๓ นายอุเส็น ก๊กใหญ่ ที่ ๔ นายก้าเหม ก๊กใหญ่ ที่ ๕ จำเลย ต่อศาลจังหวัดกระบี่ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๕๘๔/๒๕๕๑ ความว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ ๑ งาน ต่อจาก นายดล เล็กกอ บิดา ตาม ส.ค. ๑ เลขที่ ๓๐ หมู่ที่ ๔ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ได้นำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเกาะลันตาว่า จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยครอบครองต่อจากบิด