ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่เดิมเป็นเขตสงวนรัฐบาลฝรั่งเศส แต่ราษฎรเข้าอยู่ และมีการโอนสิทธิระหว่างกัน รวมถึงความสุจริตของผู้ซื้อ
หากผู้ครอบครองเดิมสละการครอบครอง แล้วผู้ซื้อรู้ดีแล้วยังช่วยเหลือให้จับจองและรับซื้อการได้มาโดยมิสุจริต ผู้ซื้อย่อมไม่ได้สิทธิในที่ดิน
พิพากษาให้ยกฟ้อง
ที่ดินพิพาทเดิมเป็นเขตสงวนรัฐบาลฝรั่งเศส ราษฎรเข้าอยู่ เมื่อตกเป็นของไทยมีการขอตราจองโดยโจทก์ช่วยเหลือ แล้วโอนขายให้โจทก์ ซึ่งศาลฎีกาฟังว่าโจทก์รู้ดีแล้วยังช่วยเหลือให้จับจองและรับซื้อการได้มาไม่สุจริต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514 - 516/2489นายสิบตำรวจโทบุญชู มงคลโจทก์นายแฮน นายโมว แซ่เล้า, นายเมาเถียง แซ่ตั้งจำเลย ป.พ.พ. ม. 1299, ม. 1367 ป.ที่ดิน ที่พิพาทอยู่ในเขตที่สงวนรัฐบาลฝรั่งเศส แต่ราษฎรเข้าอยู่ เมื่อดินแดนส่วนนั้นตกมาเป็นของไทยแล้ว ผู้ครอบครองโอนให้จำเลยหากผู้ครอบครองเดิมรับตราจองมาแล้วโอนขายให้ผู้ใดโดยผู้ซื้อรู้ความจริงแล้ว ผู้ซื้อย่อมไม่ได้สิทธิในที่ดินได้ความว่า เดิมที่พิพาทเป็นที่ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสสงวนไว้นายแฮมจำเลยกับราษฎรอื่นได้เข้าปกครองมาส่วนนางนีฮายนายยินได้ขอต่อผู้ใหญ่บ้านแล้วปลูกเรือนอยู่มาจนจังหวัดพระตะบองตกเป็นของไทย พ.ศ. 2487 นางนีฮายขายที่ให้แม่ยายนายโมวจำเลย ต้น พ.ศ. 2488นายยินขายให้นางเมาเกียง ต่อมานางนีฮายนายยินได้ขอตราจองโดยโจทก์ช่วยเหลือ เมื่อได้ตราจองแล้วโอนขายให้โจทก์ในวันรุ่งขึ้นโจทก์จึงมาฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยศาลจังหวัดพระตะบองยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้นางนีฮายและนายยินขายที่ให้จำเลย แต่จำเลยมิได้คัดค้านจนเจ้าพนักงานออกตราจองให้คนทั้งสองนั้น แล้วโอนขายให้โจทก์ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2 จำเลยสืบไม่ได้ว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังว่า พฤติการณ์แสดงว่านายนีฮายและนายยินสละการครอบครองแล้ว โจทก์รู้ดีแล้วยังช่วยเหลือให้จับจอง แล้วรับซื้อการได้มาไม่สุจริต จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง(ชัยประชา-ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ