คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันสืบเนื่องจากการใช้อำนาจในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาล
การกระทำตามคำฟ้องเป็นเรื่องการดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม แม้จะมีขั้นตอนทางปกครองปะปน แต่ขั้นตอนที่กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดให้อำนาจไว้โดยตรง ย่อมอยู่ในอำนาจควบคุมของศาลยุติธรรม การกระทำของเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำเลยเป็นการใช้อำนาจในกระบวนการยุติธรรมท
คดีระหว่าง นางอุไรวรรณ พรหมจรรยา ที่ 1 นายสมทรง กล้วยสูงเนิน ที่ 2 นายวิชัย มาสูงเนิน ที่ 3 โจทก์ กรมป่าไม้ จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ทั้งสามฟ้องกรมป่าไม้ต่อศาลแพ่ง กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลแพ่งเห็นว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ส่วนศาลปกครองนครราชสีมาเห็นว่าคดีอยู่ใ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 25/2552นางอุไรวรรณ พรหมจรรยา ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนโจทก์กรมป่าไม้จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 วรรคหนึ่ง (3) ป.วิ.อ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๒๕/๒๕๕๒ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ศาลแพ่ง ระหว่าง ศาลปกครองนครราชสีมา การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลแพ่งโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ นางอุไรวรรณ พรหมจรรยา ที่ ๑ นายสมทรง กล้วยสูงเนิน ที่ ๒ นายวิชัย มาสูงเนิน ที่ ๓ โจทก์ ยื่นฟ้อง กรมป่าไม้ จำเลย ต่อศาลแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๒๓๔๑/๒๕๕๑ ความว่า เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำเลย ร่วมกันเข้าจับกุมผู้ต้องหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ และยึดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสามได้แก่ ไม้พยุงแปรรูป จำนวน ๑๗๕ เหลี่ยม ไม้พยุงท่อน จำนวน ๓๖ ท่อน ของโจทก์ที่ ๑ รถยนต์บรรทุกหกล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ๘๕-๐๔๙๕ นครราชสีมา ของโจทก์ที่ ๒ และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ผก ๖๖๕๘ นครร