ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586/2489

ประเด็นกฎหมาย

ห้องเช่าที่ผู้เช่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเปิดร้านค้าด้วย เข้าลักษณะเป็น 'เคหะ' ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันหรือไม่

หลักกฎหมาย

ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2488 'เคหะ' หมายถึง 'สิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่' หากใช้เป็นร้านค้าเป็นส่วนใหญ่ ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครอง

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นายประชา แอกทอง เช่าห้องแถวของจำเลย 2 ห้อง เดิมใช้เป็นที่อยู่อาศัย ต่อมาแต่งงานแล้วเปิดเป็นร้านค้าชื่อร้านศรีประชา ขายเครื่องเขียนและสินค้าเบ็ดเตล็ด มีสินค้าราคาประมาณ 1,000 บาท เสียภาษีการค้าทุกปี จำเลยขึ้นค่าเช่าจากเดือนละ 5 บาท เป็นเดือนละ 8 บาท โดยไม่ได้รับอนุญาต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586/2489อัยการสุรินทร์โจทก์นายแผน นิยมตรงจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2486 ครูโรงเรียนประชาบาลต่างจังหวัดเช่าห้องแถวอยู่ แล้วเปิดเป็นร้านค้าเครื่องเขียนและสินค้าเบ็ดเตล็ดมีสินค้าราคาราวพันบาท ยกป้ายและเสียภาษีการค้ามาทุกปีนั้น ย่อมแสดงว่าใช้สถานที่เป็นร้านค้าเป็นส่วนใหญ่ย่อมไม่อยู่ในความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ให้นายประชา แอกทอง เช่าห้องแถวของจำเลยซึ่งอยู่ที่ถนนธนสารในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ รวม 2 ห้องเป็นเงินค่าเช่าเดือนละ 10 บาท อันเป็นค่าเช่าครั้งสุดท้ายก่อนวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ต่อมาจำเลยได้ขึ้นค่าเช่าตามลำดับจนถึงเดือนละ 20 บาท โดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2486 มาตรา 7 และ 16จำเลยให้การรับว่า เดิมเก็บค่าเช่าจากนายประชาห้องละ 2 บาท50 สตางค์ รวมเดือนละ 5 บาท ต่อมานายประชาได้ประกอบการค้าขึ้นจำเลยจึงได้เรียกค่าเช่าเพิ่มขึ้นเป็นห้องละ 4 บาท รวม 8 บาท ต่อเดือน หาได้ขึ้นถึง 20 บาทไม่ทางพิจารณาได้ความว่า เดิมนายประชาซึ่งเป็นครูโรงเรียนประจำจังหวัดได้เช่าห้องของจำเลยเป็นที่อยู่อาศัย ต่อมานายประชาแต่งงานแล้วได้เปิดห้องที่อยู่นี้เป็นร้านค้า ขายเครื่องเรียนให้ชื่อว่าร้านศรีประชา มีสินค้าราคาประมาณ 1,000 บาท และได้เสียภาษีการค้ามาทุกปี จำเลยจึงได้ขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ 8 บาท ส่วนการขึ้นในตอนเดือนกันยายน 2488 ซึ่งพยานโจทก์ว่า จำเลยขึ้นเป็นห้องละ 10 บาทนั้น จำเลยสืบปฏิเสธว่า ไม่ได้ขึ้นศาลจังหวัดสุรินทร์เห็นว่า ห้องเช่ารายนี้ นายประชาใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ แม้นายประชาจะได้ออ