การขอให้ลงโทษกักกันตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2480 เมื่อจำเลยพ้นโทษครั้งที่ 1 มาเกิน 5 ปี และพ้นโทษครั้งสุดท้ายแล้ว โจทก์มิได้ฟ้องติดต
โทษฐานปล้นทรัพย์ ฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเรากับฐานลักทรัพย์เป็นเหตุร้ายทั้งนั้น การพ้นโทษครั้งที่ 1 เกิน 5 ปี หรือการฟ้องติดต่อกับความผิดครั้งหลังหรือไม่ ไม่เป็นเหตุเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลล่าง
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ส่งตัวจำเลยไปกักกันกำหนด 3 ปี
จำเลยเคยต้องโทษ 4 ครั้ง ได้แก่ ฐานปล้นทรัพย์ (จำคุก 6 ปี 8 เดือน), ฐานฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเรา (จำคุก 8 ปี), ฐานลักเล่นการพนัน (จำคุก 6 เดือน 10 วัน), และฐานลักทรัพย์ (จำคุก 2 เดือน) โจทก์ฟ้องขอให้ส่งตัวจำเลยไปกักกัน 3 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2489อัยการจันทบุรีโจทก์นายจ๊วน ศรีคงรักษ์จำเลย พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2480 จำเลยพ้นโทษครั้งที่ 1 มาเกินกว่า 5 ปีแล้ว ก็ลงโทษฐานกักกันได้จำเลยพ้นโทษครั้งสุดท้ายแล้ว โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานกักกันได้จำเลยเคยต้องโทษครั้งที่ 1 ฐานปล้นทรัพย์จำคุก 6 ปี 8 เดือนครั้งที่ 2 ฐานฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 8 ปี ครั้งที่ 3 ฐานลักเล่นการพนันจำคุก 6 เดือน 10 วัน ครั้งที่ 4 ฐานลักทรัพย์จำคุก 2 เดือน โจทก์ฟ้องขอให้ส่งตัวจำเลยไปกักกัน 3 ปีศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ส่งตัวไปกักกันกำหนด 3 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่จำเลยฎีกาว่าพ้นโทษ ครั้งที่ 1 เกิน 5 ปี และครั้งสุดท้ายก็พ้นโทษมาแล้วโจทก์มิได้ฟ้องติดต่อกันศาลฎีกาเห็นว่า โทษฐานปล้นทรัพย์ ฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเรากับฐานลักทรัพย์นั้นเป็นเหตุร้ายทั้งนั้น จะพ้นโทษครั้งที่ 1 เกิน 5 ปีหรือไม่ และจะฟ้องติดต่อกับความผิดครั้งหลังหรือไม่ไม่เป็นเหตุเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลล่าง จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(มนูภันย์วิมลสาร-อิศรภักดีธรรมวิเทต-เลขวณิชธรรมวิทักษ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ