ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6757/2551นางบุญธรรม เพ็ชร์ล้วนโจทก์นายอนันต์ พรมเอี่ยมจำเลย ป.พ.พ. ม. 421, ม. 1336, ม. 1387เดิมเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5638 ขุดลำรางพิพาทผ่านที่ดินเพื่อนำน้ำจากคลองสาธารณประโยชน์มาใช้ในที่ดินมาประมาณ 40 ปี ต่อมาที่ดินตกเป็นของโจทก์กับจำเลยและบุคคลอื่นอีกหลายคนเป็นเจ้าของรวมกัน กับได้แบ่งแยกที่ดินเป็นของเจ้าของแต่ละคนลำรางจึงถูกแบ่งออกเป็นส่วนตามที่ดินที่ถูกแบ่งแยก เมื่อเจ้าของรวมในที่ดินมิได้มีข้อตกลงหรือจดทะเบียนให้ลำรางดังกล่าวเป็นลำรางที่ตกอยู่ในภาระจำยอมขณะมีการแบ่งแยกโฉนด จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ลำรางส่วนที่อยู่ในที่ดินของจำเลยย่อมมีสิทธิที่จะถมดินกลบลำรางพิพาทได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 เมื่อลำรางพิพาทมิได้ตกอยู่ในภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์การที่โจทก์ขอให้จำเลยเปิดลำรางพิพาทย่อมเป็นประโยชน์แก่โจทก์ฝ่ายเดียวโดยจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินลำรางพิพาทเป็นฝ่ายเสียประโยชน์จากการใช้ที่ดินของตน การที่จำเลยถมดินกลบลำรางพิพาทจึงมิใช่เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 421โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดลำรางตามฟ้อง หากจำเลยไม่ดำเนินการให้โจทก์จัดการเปิดลำรางโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมที่ดินของจำเลยสำหรับลำรางดังกล่าว กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์ไม่สามารถทำนาข้าวและนาผักบุ้งปีละ 60,000 บาท จนกว่าจำเลยจะเปิดลำรางตามฟ้อง จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดลำรางพิพาทตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง โดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายเอง หากไม่ดำเนิน