ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2546กองทัพอากาศโจทก์บริษัท แพคต้าไทย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 380 วรรคสอง, ม. 587, ม. 680สัญญาที่โจทก์จ้างจำเลยตรวจซ่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าระบุว่า "ในขณะทำสัญญาผู้รับจ้าง (จำเลย) ได้นำหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันความรับผิดตามสัญญาของธนาคาร ท. ภายในวงเงินร้อยละห้าของเงินค่าจ้างตามสัญญาเป็นเงิน 44,405 บาทมอบให้แก่ผู้ว่าจ้าง (โจทก์) เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา" ดังนั้น เงินตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าวจึงมิใช่เงินที่จำเลยมอบให้โจทก์ทันทีขณะทำสัญญา แต่เป็นเพียงหลักประกันเบื้องต้นเพื่อที่จะให้โจทก์เชื่อได้ว่าจำเลยจะปฏิบัติตามสัญญา และหากจำเลยผิดสัญญาโจทก์จะได้รับชดใช้ค่าเสียหายอย่างน้อยก็คือเงินที่เป็นหลักประกันนั่นเอง เงินตามหนังสือค้ำประกันดังกล่าวจึงมิใช่เงินที่โจทก์จะริบได้ทันทีเมื่อจำเลยผิดสัญญา แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายฐานผิดสัญญาที่โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายอื่นอีก กรณีต้องนำเงินที่ธนาคาร ท. ส่งมาไปหักกับค่าเสียหายนั้นก่อนในฐานเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรคสองโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจ้างจำเลยตรวจซ่อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 5 เครื่อง เป็นเงิน 888,100 บาท โดยมีกำหนดระยะเวลา 120 วัน หากจำเลยไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จตามกำหนด จะต้องชำระค่าปรับให้แก่โจทก์วันละ 888.10 บาท ค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานกรณีโจทก์ต้องว่าจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งวันละ 100 บาท แต่ปรากฏว่าจำเลยไม่สามารถซ่อมแซมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าวได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยและแจ้งให้จำเลยชำระค่าปรับ สงวนสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายกรณีที่โจทก์ต้องจ้างผู้รับจ้างรายอื่นทำงานตามสัญญาใหม่ในราคาที่แพงขึ้นรวม