ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่
ภาษีธุรกิจเฉพาะมิใช่ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่เป็นภาษีอากรที่เกิดจากการประกอบกิจการของผู้ขาย ซึ่งผู้ประกอบกิจการมีหน้าที่ต้องชำระเอง แม้สัญญาประนีประนอมยอมความกำหนดให้ค่าภาษีอากรในการโอนทั้งหมดออกกันคนละครึ่ง ก็ไม่รวมถึงภาษีธุรกิจเฉพาะ
จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดออกค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
โจทก์กับจำเลยที่ 2 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าภาษีอากรในการโอนทั้งหมด และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการโอนกรรมสิทธิ์ออกกันคนละครึ่ง ต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยที่ 2 รับผิดค่าภาษีธุรกิจเฉพาะครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยที่ 2 ปฏิเสธ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2540ร้อยตำรวจโท พงศธร เครียดธฤบาลโจทก์นาง เสาวณีย์ เพชรจั่น กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 368, ม. 850 ป.รัษฎากร ม. 91/2 (6), ม. 91/10 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 ภาษีธุรกิจเฉพาะมิใช่ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่เป็นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรมาตรา91/2(6)ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร(ฉบับที่244)พ.ศ.2534ซึ่งบังคับให้ผู้ประกอบกิจการขายอสังหาริมทรัพย์ตกอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งภาษีประเภทนี้มิใช่เป็นภาษีหักณที่จ่ายแต่เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการจะต้องไปยื่นชำระภายในวันที่15ของเดือนถัดไปตามประมวลรัษฎากรมาตรา91/10เมื่อโจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่2ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งเกิดจากลักษณะการประกอบกิจการของโจทก์เองแม้สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่2กำหนดให้ค่าภาษีอากรในการโอนทั้งหมดออกกันคนละครึ่งก็จะแปลให้จำเลยที่2ต้องชำระค่าภาษีธุรกิจเฉพาะครึ่งหนึ่งด้วยไม่ได้เพราะเท่ากับให้จำเลยที่2ต้องชำระภาษีในกิจการของโจทก์นอกเหนือไปจากภาษีที่ต้องจ่ายในขณะที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทของโจทก์ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 1 แล้วโจทก์กับจำเลยที่ 2 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยข้อตกลงข้อ 1 ใจความว่า จำเลยที่ 2 ตกลงจะซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์และเมื่อจำเลยที่ 2 ชำ