ข้อตกลงดอกเบี้ยในสัญญากู้เงินที่กำหนดอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ซึ่งเกินกว่าอัตราที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศธนาคารกำหนดไว้ เป็นโมฆะหรือไม่ และการท
ข้อตกลงดอกเบี้ยที่กำหนดอัตราเกินกว่าที่กฎหมายและประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ เป็นโมฆะ แม้ในทางปฏิบัติธนาคารจะเรียกเก็บดอกเบี้ยภายในกรอบที่กฎหมายกำหนดก็ไม่ทำให้ข้อตกลงที่ตกเป็นโมฆะกลับกลายเป็นชอบด้วยกฎหมาย เมื่อข้อตกลงดอกเบี้ยเป็นโมฆะ ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยก่อนผิดนัด แต่มีสิทธิคิดดอกเบ
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โจทก์รับโอนหนี้จากธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้ให้กู้ จำเลยกู้เงินจากธนาคารดังกล่าวโดยสัญญากู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศธนาคารกำหนดไว้ จำเลยชำระหนี้ตามสัญญา ต่อมาโจทก์ฟ้องบังคับจำนองและเรียกดอกเบี้ย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8168/2551บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัดโจทก์นางอาภรณ์ เพ็ชรจำรัส กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 7, ม. 224 วรรคหนึ่ง, ม. 407 พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ม. 14 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม. 3 (ก) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฎิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด ธนาคาร ก. ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากลูกค้าในอัตราสูงสุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและ พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ ฯ มาตรา 14 เมื่อข้อตกลงตามสัญญากู้ยืมที่ธนาคาร ก. ทำกับจำเลยกำหนดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด และประกาศธนาคาร ก. เรื่องดอกเบี้ยและส่วนลดให้สินเชื่อ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนสินทรัพย์หนี้สินรายจำเลยมาและคิดดอกเบี้ยตามประกาศทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวที่ธนาคาร ก. มีสิทธิเรียกจากลูกค้าได้ในขณะทำสัญญานั้นจึงเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ ฯ มาตรา 14 เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ฯ มาตรา 3 (ก) การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสัญญากู้เงินดังกล่าวร้อยละ 19 ต่อปี จึงเป็นโมฆะแม้ตามความเป็นจริงธนาคาร ก. จะคิดดอกเบี้ยภายในกรอบของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศธนาคาร ก. ซึ่งไม่ถึงร้อยละ 19 ต่อปี ก็ไม่อาจทำให้ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยที่ตกเป็นโมฆะกลับกลายเป็นข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมายไปได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยรับผิดชำระดอกเบี้ยก่อนผิดนัด แต่เมื่อเป็นหนี้เงินโจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยเป็นเพียงลูกค้าของธนาคาร