ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 38/2553

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่โจทก์อ้างว่าครอบครองทำประโยชน์ และการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินของโจทก์ เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษ

หลักกฎหมาย

การพิจารณาเขตอำนาจศาลต้องพิจารณาจากลักษณะของคดีเป็นสำคัญ หากคดีมีประเด็นหลักเกี่ยวกับการใช้อำนาจทางปกครองของหน่วยงานของรัฐ แม้จะมีประเด็นย่อยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ก็อยู่ในอำนาจศาลปกครอง

คำวินิจฉัย

คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ให้ศาลปกครองนครราชสีมารับคดีไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ครอบครองที่ดิน 2 แปลงต่อเนื่องมาจากบิดามารดากว่า 100 ปี ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐดำเนินการรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ทับที่ดินของโจทก์ โจทก์คัดค้านและได้รับแจ้งให้ไปใช้สิทธิทางศาลภายใน 60 วัน โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งรังวัดและขอให้ออกเอกสารสิทธิใ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 38/2553นางทองสี อาจใจโจทก์สำนักงานที่ดินอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ 1จำเลยกับพวกรวม 2 คน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ม. 9 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๓๘/๒๕๕๓ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ระหว่าง ศาลปกครองนครราชสีมา การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดศรีสะเกษส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็น มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ นางทองสี อาจใจ โจทก์ ยื่นฟ้อง สำนักงานที่ดินอำเภอ ขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ ๑ นางสาวพุมเรียง แพงมา ที่ ๒ จำเลย ต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๖๓/๒๕๕๒ ความว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินจำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๓-๑-๑๘ ไร่ และ ๒-๑-๔๔ ไร่ ตามลำดับ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๔ ตำบลตะเคียน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยโจทก์ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวต่อเนื่องมาจากบิดามารดารวมเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐๐ ปี ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ และได้ติดต่อยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ ถือว่าโจทก์ประสงค์ที่ดินดังกล่าว ตา