ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2490
ประเด็นกฎหมาย
การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวถึงโดยรวมไม่เพียงพอที่จะทำให้เป็นผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาท ต้องมีการมุ่งเจาะจงตัวบุคคลโดยเฉพาะ
หลักกฎหมาย
การจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ถ้อยคำที่กล่าวจะต้องมุ่งเจาะจงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ การที่โจทก์เป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวถึงโดยรวม ไม่ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหาย
คำวินิจฉัย
โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยออกคำสั่งและส่งข้อความทางวิทยุกระจายเสียงไม่ให้เชื่อฟังคำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวว่าเป็นการหลอกลวง โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ฟ้องว่าคำกล่าวนั้นเล็งถึงตน แต่คำสั่งมิได้ระบุชื่อหรือมุ่งหมายถึงโจทก์โดยเฉพาะ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2490นายอรุณ พันธ์ฟักโจทก์พ.อ.ช่วง เชวงศักดิ์สงคราม กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 145, ม. 282 พ.ร.บ.การเลือกตั้ง พ.ศ.2475 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 28, ม. 158การที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายนั้นถ้อยคำที่กล่าวจะต้องมุ่งเจาะจงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะกล่าวความว่า คำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์เป็นการหลอกลวงราษฎรให้หลงเชื่อ ดังนี้ แม้โจทก์จะแสดงได้ว่าโจทก์เป็นพรรคประชาธิปัตย์ด้วยคนหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาทเพราะถ้อยคำนั้นมิได้มุ่งหมายถึงโจทก์โดยเฉพาะฟ้องรัฐมนตรีหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ทางทุจริตและผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งโดยออกคำสั่งกล่าวถึงการกระทำของคณะประชาธิปัตย์บางคนกระทำการไม่ชอบต่างๆ แต่มิได้เจาะจงตัวผู้ใดนั้นไม่ถือว่าเป็นการเจาะจงตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดในคณะประชาธิปัตย์ ฉะนั้นคนหนึ่งคนใดในคณะนั้น จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์บรรยายฟ้องใจความว่า จำเลยได้สมรู้ร่วมคิดกันออกคำสั่งและส่งข้อความทางวิทยุกระจายเสียงถึงคณะกรรมการจังหวัดทุกจังหวัดไม่ให้เชื่อฟังคำโฆษณาขอเสียงเลือกตั้งของบุคคลที่เป็นพวกและพรรค "ประชาธิปัตย์" โดยจำเลยกล่าวว่า คำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์เป็นการหลอกลวงราษฎรให้หลงเชื่อโจทก์ถือตัวว่าเป็นพวกหรือพรรคประชาธิปัตย์ คำกล่าวในคำสั่งนั้นเล็งถึงโจทก์หรืออาจเล็งถึงโจทก์และกระทบกระเทือนหรืออาจกระทบกระเทือนถึงโจทก์ ขอให้ลงโทษฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ทุจริต ผิดพระราชบัญญัติเลือกตั้งและหมิ่นประมาทศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยต้องกันว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีเช่นนี้ต้องพิจารณาถึงข้อห