ข้อพิพาทเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาจ้างครูใหญ่โรงเรียนเอกชนและการจ่ายค่าชดเชย อยู่ในอำนาจศาลแรงงานหรือศาลปกครอง
นิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นสัญญาจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลิกจ้างและค่าชดเชยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการฯ ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และเป็
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีเป็นครูใหญ่โรงเรียนเอกชน ถูกผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 บอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 วินิจฉัยอุทธรณ์ว่าการบอกเลิกสัญญาจ้างชอบด้วยกฎหมาย ผู้ฟ้องคดีจึงขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 48/2553นางสาวชมพู โปษกะบุตรผู้ฟ้องคดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 8 (1) (2)และ (4) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๔๘/๒๕๕๓ วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๓ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ (๑) (๒) และ (๔) ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลแรงงานกลาง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๗ นางสาวชมพู โปษกะบุตร ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑ มูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมถ์ ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๒๐๓/๒๕๔๗ ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นครูและครูใหญ่โรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ มีหน้าที่วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานตามมาต