คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่โจทก์อ้างว่าครอบครองทำประโยชน์ โดยจำเลยเป็นหน่วยงานทางปกครองดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินของโจทก์ อย
คดีที่แม้คู่กรณีฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เมื่อคำฟ้องมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินเป็นหลัก การขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองเป็นเพียงวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดิน มิใช่การโต้แย้งการใช้อำนาจทางปกครองโดยแท้ คดีจึงอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ฟ้องว่าเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยไม่มีเอกสารสิทธิ ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งให้โจทก์เข้าร่วมรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ทับที่ดินของโจทก์ โจทก์คัดค้านและขอให้เพิกถอนคำสั่งรังวัดและให้ออกเอกสารสิทธิแก่โจทก์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 30/2553นางอำ ศรีกะชาโจทก์สำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาขุขันธ์ ที่ 1 จำเลยกับพวกรวม 2 คน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 วรรคหนึ่ง (1) ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๓๐/๒๕๕๓ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ เรื่อง คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ระหว่าง ศาลปกครองนครราชสีมา การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดศรีสะเกษส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีคู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลที่รับฟ้องคดี และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒ นางอำ ศรีกะชา โจทก์ ยื่นฟ้อง สำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาขุขันธ์ ที่ ๑ นางสาวพุมเรียง แพงมา ที่ ๒ จำเลย ต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๕๒/๒๕๕๒ ความว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๙ ไร่ ๓๔ ตารางวา และ ๗ ไร่ ๒ งาน ๖๘ ตารางวา ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๑๐ ตำบลตะเคียน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ประมาณเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้มีอำนาจกระทำการแทน มีหนังสือแจ้งให้โจทก์เข้าร่วมรังวัดที่ดินเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) แปลงป่ากะดึสาธารณประโยชน์ซึ่งทับที่ดินทั้งสองแปลงของโจทก์ โจทก์คัดค้า