สัญญาจำนำที่ดินที่ทำก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และมีการมอบที่ดินให้ผู้รับจำนำทำกินต่างดอกเบี้ย ถือเป็นขายฝากตามกฎหมายเก่า และอายุความไถ่ถอนขายฝากมี
สัญญาจำนำที่ดินที่ทำก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมีการมอบที่ดินให้ผู้รับจำนำทำกินต่างดอกเบี้ย ถือเป็นขายฝากตามกฎหมายเก่า แม้ภายหลังจะมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็ไม่ทำให้สัญญากลายเป็นจำนองตามกฎหมายใหม่ อายุความไถ่ถอนขายฝากมีกำหนด 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 494(1)
พิพากษายืนให้โจทก์แพ้คดี
โจทก์ทำสัญญาจำนองที่ดินกับผู้อื่นเมื่อ พ.ศ. 2464 โดยมอบที่ดินให้ผู้รับจำนองเก็บผลประโยชน์ต่างดอกเบี้ย ต่อมาผู้รับจำนองตาย จำเลยเป็นผู้รับมรดก โจทก์ขอไถ่ถอนแต่จำเลยไม่ยอม จำเลยต่อสู้ว่าสัญญามีกำหนดไถ่ 3 ปี หากไม่ไถ่ให้หลุดเป็นสิทธิ และที่ดินอยู่ในครอบครองจำเลยเกิน 10 ปี คดีขาดอายุความ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2490นายหลี ธรรมประทีปโจทก์นางสอาด บำรุงชาติ มารดาผู้ปกครอง ด.ช.ประสาทจำเลย ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 ข้อ 6 ป.พ.พ. ม. 494ทำสัญญาจำนำที่ดินก่อน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วมอบที่ให้ผู้รับจำนำนั้น ถือว่าเป็นการขายฝากเมื่อรับว่า ได้ทำสัญญาขายฝากแล้ว แม้จะบังคับตามกฎหมายเก่า หรือตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็มีอายุความไถ่ไม่เกิน 10 ปีทำสัญญาขายฝากกันก่อน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การประกาศใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ไม่ทำให้นิติกรรมขายฝากนั้นกลายเป็นจำนำไปได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้เอาที่ดินของโจทก์ทำสัญญาจำนองแก่นายสุขนางเชื้อเป็นเงิน 640 บาท เมื่อ พ.ศ. 2464 และได้ให้ผู้รับจำนองเก็บผลประโยชน์ต่างดอกเบี้ยตลอดมา ต่อมาผู้รับจำนองวายชนม์ จำเลยเป็นผู้รับมรดก โจทก์ขอไถ่จำนอง จำเลยไม่ยอมให้ไถ่ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอไถ่ถอนการจำนองรายนี้ เพราะสัญญามีกำหนดให้ไถ่ภายใน 3 ปี ถ้าไม่ไถ่ให้หลุดเป็นสิทธิ โจทก์ละเลยไม่ไถ่ภายในกำหนด ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยมากว่าสิบปีและตัดฟ้องว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ปรับบทเป็นขายฝากตามกฎหมายเก่าตามประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. 118 ข้อ 6 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีควรบังคับตามลักษณะจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะภายหลังทำสัญญากันเพียง4 ปีเศษ ก็ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งโจทก์คงมีสิทธิไถ่ถอนได้อยู่ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์รับอยู่แล้วว่า เมื่อทำสัญญาจำนำโจทก์จำเลยได้ปฏิบัติต่อกันอย่างขายฝากคือมอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ซึ่งตามกฎหมายเก่าถือว่าเป็นเรื่องขายฝาก เมื่อเป็นเช่นนี้