การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ของวัดในที่ธรณีสงฆ์
วัดครอบครองที่ธรณีสงฆ์ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตามศรัทธาของผู้อุทิศถวาย โดยให้เช่าตลอดมากว่า 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ถอนชื่อจำเลยออกจากตราจองและโอนให้เป็นของวัด
นางปิ่นและทายาทยกกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้วัด ต่อมานางปิ่นเช่าและส่งค่าเช่าถวายวัดตลอดมาจนตาย จำเลยกับบุตรเขยเช่าต่อมา แม้ตราจองมีชื่อนางปิ่น แต่พฤติการณ์แสดงว่าสละกรรมสิทธิ์ถวายวัด ที่ดินเป็นที่ธรณีสงฆ์ วัดครอบครองโดยให้เช่ามากว่า 10 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2490นายคำ อินโท ผู้รับมอบอำนาจจากพระครูธรรมวิถีสถิตเจ้าอาวาสวัดคุ้มบางขันแตกโจทก์นางมอญ ปิ้มประดิษฐ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1382 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.121 ป.ที่ดิน ยกที่ดินถวายวัด และได้เช่าและส่งค่าเช่าให้วัดมากว่า 10 ปีวัดย่อมได้กรรมสิทธิ์เป็นที่ธรณีสงฆ์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่รายพิพาทเป็นที่ของวัดให้ถอนชื่อจำเลยออกจากตราจอง โอนให้เป็นของวัดต่อไปจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อตัดฟ้อง (เรื่องอำนาจฟ้อง) นั้นศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง จำเลยมีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือนตามมาตรา 228 แต่จำเลยไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดและไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้ตาม มาตรา 226 จึงไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์อีกภายหลังแล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นางปิ่นและบรรดาทายาทของนางปิ่นได้ยกกรรมสิทธิ์ที่วิวาทให้เป็นของวัดคู้บางขันแตกแล้วนางปิ่นกระทำเช่าและส่งค่าเช่าถวายวัดตลอดมาจนกระทั่งนางปิ่นตายแล้วจำเลยกับบุตรเขยเช่าทำต่อมา แม้ตราจองที่พิพาทมีชื่อนางปิ่นแต่พฤติการณ์แสดงว่า นางปิ่นกับบรรดาทายาทได้สละกรรมสิทธิ์ถวายให้เป็นสมบัติของวัด ต้องด้วยลักษณะประเภทที่ธรณีสงฆ์วัดครอบครองมาด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตามศรัทธาของผู้อุทิศถวายโดยให้เช่าตลอดมากว่า 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 จึงพิพากษายืน(ชัยประชา-ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ