ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10687/2551บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัดโจทก์บริษัทจี้เลี้ยงการประมงภูเก็ต จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 66 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 14แม้วัตถุประสงค์ของโจทก์และธนาคาร ท. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ตามหนังสือรับรองจะมิได้มีข้อความว่า โจทก์สามารถมอบอำนาจให้สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทน และธนาคาร ท. สามารถเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสถาบันการเงินอื่นหรือนิติบุคคลอื่นในการฟ้องคดีหรือดำเนินคดีแทนสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลอื่นได้ก็ตาม แต่ทั้งโจทก์และธนาคาร ท. ต่างก็มีวัตถุประสงค์ฝากเงิน ให้กู้ยืมเงิน ประกอบกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายหน้า ตัวแทนเรียกเก็บหนี้ รับซื้อ รับโอนลูกหนี้หรือสิทธิเรียกร้องเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีอำนาจบังคับให้จำเลยทั้งห้ากับพวกชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีล้มละลายนี้ได้ และย่อมมีอำนาจมอบอำนาจให้ธนาคาร ท. ดำเนินคดีนี้และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ด้วย ธนาคาร ท. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นผู้ฟ้องคดีนี้แทน โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ต คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1614/2542 มาจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งห้า คิดถึงวันฟ้องคดีจำเลยทั้งห้ากับพวกยังเป็นหนี้โจทก์อีก 109,269,531.12 บาท จำเลยทั้งห้าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งห้าเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการโอนสิทธิเรียกร้องและการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ชอ