ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2419/2552นายพิภัทร แสงสินธุศรโจทก์นายหีด หลักบ้านจำเลย ป.พ.พ. ม. 150 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีเจตนาที่จะซื้อขายที่ดินพิพาทก็ต่อเมื่อที่ดินพิพาทได้มีการยกเลิกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 และได้ออกเอกสารสิทธิเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดินแล้ว มิได้มีเจตนาตกลงซื้อขายที่ดินที่มีเอกสารสิทธิเป็น ส.ป.ก. 4-01 ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามโอนและห้ามมิให้ทำการซื้อขาย สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทจึงมิใช่นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายที่จะตกเป็นโมฆะโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 โจทก์และนางสาวเหมือนนิจ หุ้นส่วนโจทก์ ร่วมกันซื้อที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 177 หมู่ที่ 4 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จากนายเทื้อมและนายวัลลภหรือทบ พี่ชายทั้งสองของจำเลย และได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา พร้อมทั้งได้แจ้งขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต จำเลยครอบครองที่ดินเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 177 มีความประสงค์จะขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์และนางสาวเหมือนนิจ แต่โจทก์และนางสาวเหมือนนิจเกรงว่าการซื้อขายที่ดินจะตกเป็นโมฆะ เนื่องจากที่ดินของจำเลยมีเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เลขที่ 283 จำเลยกับนางสาวเหมือนนิจจึงตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไว้โดยไม่มีการวางเงินมัดจำ และมีเงื่อนไขว่า ผู้ซื้อจะชำระเงินทั้งหมด 11,000,000 บาท เมื่อผู้ขายได้ยกเลิก ส.ป.ก.4-01 แปลงดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ต่อมาจำเลยเกรงว่าสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวจะมีปัญหาภายหน้า จำเลยขอให้โจทก์และนางสาวเหมือนนิจวางเงินมัดจำ โจทก์แล