ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3009/2552นายเจริญ จุรีกานนท์โจทก์นายศุภชัย บูลกุลฯจำเลย ป.พ.พ. ม. 702, ม. 822จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่กรอกข้อความให้ อ. และ ว. ไปยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาท แต่บุคคลทั้งสองกลับสมคบกับโจทก์ไปกรอกข้อความจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทไว้กับโจทก์ จำเลยจะต้องรับผลในความเสียงภัยที่ตนก่อขึ้นดังกล่าว และถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตน การที่ อ. และ ว. ปลอมหนังสือมอบอำนาจเป็นผลสืบเนื่องจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยโดยตรง เมื่อโจทก์มิได้ล่วงรู้ถึงข้อตกลงระหว่างจำเลยกับ อ. และ ว. ผู้รับมอบอำนาจ ทั้งไม่อาจทราบว่า อ. และ ว. สมคบกันปลอมหนังสือมอบอำนาจ จึงยอมรับจดทะเบียนรับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน หากให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อย่างมาก การที่โจทก์จดทะเบียนรับจำนองที่ดินพิพาทไว้จึงชอบแล้วโจทก์ทั้งสองฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2539 จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 114 ไว้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 2,000,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยเดือนละครั้ง แล้วจำเลยผิดนัดชำระหนี้โจทก์ทั้งสองทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง 2,3000,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง มิฉะนั้นให้ยึดที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไดม่ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินและไม่ได้รับเงินตามสัญญาจำนองจากโจทก์ทั้งสอง ความจริงจำเลยเพียงแต่ลงลายมือ