ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6783/2552บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัดโจทก์บริษัทเบนซ์ฉะเชิงเทรา จำกัดจำเลยในขณะโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยนายทะเบียนได้ขีดชื่อบริษัทจำเลยออกจากทะเบียนแล้ว อันเป็นผลทำให้บริษัทต้องเป็นอันเลิกกันแต่เมื่อการเลิกโดยเหตุที่นายทะเบียนขีดชื่อนั้น เป็นการเลิกโดยเหตุอื่นนอกจากล้มละลาย จึงต้องมีการชำระบัญชีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1251 และมาตรา 1249 บัญญัติไว้ว่า แม้ว่าบริษัทจะเลิกกันแล้วก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี เมื่อปรากฏว่ายังไม่มีการชำระบัญชีของจำเลยจึงถือว่าบริษัทคงตั้งอยู่ตลอดมา โจทก์จึงมีอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ณ สำนักงานหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 ต่อมานายทะเบียนได้ขีดชื่อจำเลยออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ตามมาตรา 1246 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2543 ซึ่งโจทก์ได้ยื่นร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เพื่อให้จดทะเบียนจำเลยอีกครั้ง คดีอยู่ระหว่างไต่สวนโจทก์เป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 22270/2539 ระหว่าง บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอ เอฟ ซี ที ไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเบนซ์ฉะเชิงเทรา จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย โดยจำเลยกับพวกยอมชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์เป็นเงิน 28,848,318.97 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 16 ต่อปี ของต้นเงิน 23,911,405.23 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจำเลยกับพวกจะผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนไม่น้อยกว่าเดือนละ 450,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกเดือนมกราคม 2540 และจะชำระเสร็จสิ้นภายใน 5 ปี นับแต่วันทำสั