ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1632/2552นายพิเชษฐ์ ใต้วารินทร์โจทก์บริษัทเอส เค ทัวร์แอนด์เซอร์วิส จำกัดจำเลยร่วมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1025, ม. 1033 ป.วิ.พ. ม. 55ส. ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุในสมุดคู่มือการจดทะเบียนมอบรถยนต์กระบะให้แก่โจทก์เป็นผู้ครอบครองโดยใช้เป็นพาหนะส่งอาหารทะเลให้แก่ลูกค้า แม้โจทก์จะไม่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ในสมุดคู่มือการจดทะเบียน แต่การจดทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่หลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายเป็นเพียงหลักฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกในการควบคุมใช้รถและการเสียภาษีของเจ้าพนักงานเท่านั้น บุคคลใดจะเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์ต้องพิจารณาไปตามสภาพของข้อเท็จจริง เมื่อปรากฏว่าโจทก์และ ส. ได้ร่วมลงทุนในการประกอบกิจการค้าขายและขนส่งอาหารอันมีลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ รถยนต์กระบะจึงเป็นทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วน เมื่อทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายโดยไม่ปรากฏว่าได้ตกลงกันไว้ในกระบวนจัดการห้างหุ้นส่วน โจทก์ในฐานะหุ้นส่วนย่อมมีอำนาจฟ้องร้องผู้กระทำให้ทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหายได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1033โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำนวน 122,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ขอให้เรียกบริษัทเอส เค ทัวร์ แอนด์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุและนำรถยนต์คันดังกล่าวเข้าร่วมสัมปทานรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางดังกล่าวกับจำเลยที่ 1 เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอ