ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9692/2552นางแสวง แซ่ตั้งโจทก์นางนฤมล ชอบดีจำเลย ป.พ.พ. ม. 1356 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 142โฉนดที่ดินมีชื่อ บ. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่เพีงผู้เดียวโจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างร่วมกับ บ. บ. ยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ ท. ทั้งแปลงโดยไม่ชอบ และ ท. นำไปขายฝากกับจำเลยแล้วไม่ไถ่ถอน ทำให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตกเป็นสิทธิขาดแก่จำเลย แต่โจทก์ฟ้องขอแบ่งกรรมสิทธิ์จากจำเลยกึ่งหนึ่งโดยมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนให้ระหว่าง บ. กับ ท. เท่ากับว่าการโอนดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย เมื่อการโอนชอบ ท. ย่อมมีสิทธินำไปขายฝากให้แก่จำเลยได้ จำเลยจึงรับซื้อไว้โดยชอบ คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่สามารถบังคับให้ได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนายบุญส่ง อยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่ปี 2505 ต่อมาวันที่ 20 เมษายน 2527 โจทก์กับนายบุญส่งจดทะเบียนสมรสกัน มีลูกด้วยกัน 5 คน โจทก์กับนายบุญส่งร่วมกันประกอบอาชีพทำไร่ และรวบรวมเงินซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จากนายผัน ให้นายบุญส่งมีชื่อใน น.ส.3 เพียงผู้เดียว ต่อมานายบุญส่งยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานออกโฉนดที่ดินเลขที่ 39920 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ระบุชื่อนายบุญส่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ นายบุญส่งยกที่ดินดังกล่าวโดยจดทะเบียนให้นางสาวทัศนีย์ บุตรของโจทก์กับนายบุญส่ง นางสาวทัศนีย์นำที่ดินไปจดทะเบียนขายฝากไว้กับจำเลย ครบกำหนดไถ่ถอนการขายฝากแล้ว นางสาวทัศนีย์ไม่ไถ่ถอนและไม่เคยบอกให้โจทก์ทราบ ขอให้จำเลยคืนที่ดินแก่โจทก์ จำนวน 8 ไร่ 28 ตารางวา หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาเป็นเงินไร่ละ 120,000 บาท รวมเป็นเงิน 968,400 บาท จำเลยให้การว่า นางสาวทัศนีย์นำที่ดินมาจดท