ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2497นางมณี พุกกะพันธ์โจทก์หอการค้ากรุงเทพฯจำเลย ป.พ.พ. สัญญามีว่า โจทก์ยอมออกจากที่เช่าภายใน 31 สิงหาคมจำเลยยอมจ่ายเงินให้โจทก์ 50,000 บาท โจทก์ออกจากที่เช่าช้ากว่า 31 สิงหาคม ดังนี้ ไม่เป็นเหตุให้จำเลยงดไม่จ่ายเงินตามสัญญาการออกจากที่เช่าผิดกำหนดอาจเป็นผิดสัญญาที่จะต้องยกขึ้นเป็นข้ออ้างอีกส่วนหนึ่งถ้าไม่มีประเด็นไปถึงข้อนี้ จำเลยต้องจ่ายเงินให้โจทก์ตามสัญญาโจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยมีสัญญาต่อกันให้โจทก์ออกจากที่เช่าให้จำเลยจ่ายเงินห้าหมื่นบาทแก่โจทก์ บัดนี้โจทก์ออกจากที่เช่าแล้วแต่จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ยังขาดสองหมื่นบาท โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้และดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์รับเงินสามหมื่นบาทไปแล้วเพื่อเลิกการเช่า จำเลยให้การต่อไปใช้ถ้อยคำว่า "โจทก์ได้เสนอระยะเวลาต่อจำเลยว่าถ้าโจทก์ออกจากสถานที่เช่าภายในกำหนดวันที่ 31 สิงหาคม 2491 ขอให้จำเลยจ่ายเงินให้แก่โจทก์อีกสองหมื่นบาท แต่แล้วโจทก์ไม่สามารถรื้อถอนและขนย้ายอาคารรวมทั้งบริวารของโจทก์ออกภายในกำหนดได้ คำให้การอย่างอื่นยังมีอีกจะไม่กล่าวศาลแพ่งวินิจฉัยว่า โจทก์ออกจากที่เช่าไม่ใช่ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2491 โจทก์เป็นผู้ผิดสัญญา จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินสองหมื่นบาท พิพากษายกฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยอมยืดระยะเวลาให้โจทก์พิพากษากลับให้จำเลยจ่ายเงินสองหมื่นบาทกับดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์ฎีกาศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว โจทก์ฟ้องระบุถึงสัญญา จำเลยให้การต่อสู้คดีส่วนที่เกี่ยวกับสัญญาจะรับหรือปฏิเสธความไม่ชัดข้อเท็จจริงในส่วนนี้ต้องฟังว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้น คือโจทก์ยอมออกจากที่เช่าภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2491 ฝ่ายจำเลยยอมจ่ายเงินแก่โจทก์ห้าหมื่นบาท จำเลยจ่