ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2497นางคลาย ดับพันธ์โจทก์นางผึ้ง รอดทวีจำเลย ป.พ.พ. บุตรภริยาเจ้ามรดกทำสัญญาประนีประนอมให้แบ่งทรัพย์ไปตามพินัยกรรม (พินัยกรรมจะเป็นโมฆะหรือไม่ก็ดี) ส่วนทรัพย์นอกพินัยกรรมให้เป็นของภริยาเจ้ามรดกฝ่ายเดียวสัญญานี้บังคับได้ทุกข้อตลอดจนข้อที่ตกลงกันถึงทรัพย์นอกพินัยกรรมด้วยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนายคลิ้ง นางเงี่ยน มีพี่น้องร่วมบิดามารดากัน 4 คน เมื่อมารดาถึงแก่กรรมโจทก์อยู่กับบิดา ต่อมาบิดาได้จำเลยเป็นภรรยาคนที่สอง เกิดบุตรด้วยกัน 5 คนมารดาโจทก์มีสินเดิม 2 อย่าง คือนา 1 แปลง ที่บ้าน 1 แปลงซึ่งมีเรือนด้วย 3 หลัง รวมราคา 33,000 บาท ตามบัญชีทรัพย์หมาย 1 ท้ายฟ้อง ทรัพย์เหล่านี้บิดายังไม่ได้แบ่ง โจทก์กับบรรดาพี่น้องได้ผลัดเปลี่ยนกันทำกินเสมอมาเมื่อบิดาโจทก์ได้กับจำเลย ได้ใช้ทรัพย์มารดาโจทก์ก่อให้เกิดสินสมรสหลายอย่าง คือที่นา 4 แปลง กับข้าว 13,000 เรียงตามบัญชีทรัพย์หมาย 2 ท้ายฟ้อง รวมราคาประมาณ 26,000 บาทบิดายังไม่ได้ยกให้แก่ผู้ใดบิดาโจทก์ถึงแก่กรรม เดือน 10 พ.ศ. 2493 โจทก์ขอแบ่งมรดกจำเลยไม่ให้ จำเลยไปร้องขอรับมรดกต่อกรมการอำเภอเมืองตรังโจทก์ได้คัดค้าน จำเลยได้ฟ้องโจทก์ ๆ ได้ฟ้องแย้ง แต่จำเลยได้ถอนฟ้องโจทก์คัดค้านขอให้พิจารณาตามที่ได้ฟ้องแย้งไว้ แต่ศาลสั่งว่าเมื่อจะดำเนินในทางมรดก ให้โจทก์ฟ้องใหม่ ปรากฏในคดีแพ่งเลขแดงที่ 92/2494 นั้นแล้วที่จำเลยอ้างเหตุในคดีแพ่งแดงที่ 92/2494 ว่าบิดาโจทก์ทำพินัยกรรมไว้ พินัยกรรมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายอย่าง และขณะนั้นบิดาโจทก์มีสติฟั่นเฟือนเพราะความชราแล้ว โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาว่า1. พินัยกรรมชื่อนายคลิ้ง รอดทวี (บิดาโจทก์) อยู่ที่จำเลยเป็นโมฆะ2. ขอให้แบ่งสินเดิมมารดาโจทก์ให้ได้แก่โจทก์ 1 ภา