ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2497นายปลอด ชูแขโจทก์นายคล้าย สายสินธ์ ที่ 1 นายคล้าย พลฤทธิ์ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 เข้าถางที่รกร้างว่างเปล่าจนเตียน แล้วยกคันนาทำเป็นนาขึ้นย่อมได้สิทธิครอบครองแม้จะได้ทำเมื่อใช้พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดินฉบับที่ 6 แล้ว โดยมิได้ขอใบเหยียบย่ำ สิทธิครอบครองก็ไม่เสื่อมเสียไปเป็นแต่เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้ออกจากที่ดิน ถ้าขัดขืนก็มีโทษตามพระราชบัญญัติ ที่ดินที่มีผู้ครอบครองอยู่แล้ว แม้จะครอบครองโดยไม่ได้ขอใบเหยียบย่ำตามพระราชบัญญัติผู้ใดจะขอใบเหยียบย่ำทับที่นั้นไม่ได้ ใบเหยียบย่ำออกทับที่ ที่ มีผู้ครอบครองอยู่แล้วศาลพิพากษาให้ทำลายเสียได้คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ๆ ได้สิทธิครอบครองมา 17 ปีแล้ว เมื่อ พ.ศ. 2490 นายคล้าย พลฤทธิ์ จำเลยซึ่งเป็นกำนันมีความประสงค์จะเป็นเจ้าของที่รายนี้ จึงเชิดให้นายคล้ายสายสินธ์ จำเลยยื่นคำร้องขอจับจองที่พิพาททั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นของโจทก์ โจทก์ได้ทำประโยชน์อยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้ก็โดยประสงค์ว่าเมื่อที่พิพาทตกเป็นของ นายคล้าย สายสินธ์ แล้วก็จะโอนสับเปลี่ยนมือกันได้ง่ายภายหลัง ครั้น พ.ศ. 2493 กรมการอำเภอได้ออกใบเหยียบย่ำที่พิพาทให้กับนายคล้าย สายสินธ์ ซึ่งเป็นการออกทับที่โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ขอให้สั่งว่าใบเหยียบย่ำของนายคล้าย สายสินธ์ เป็นโมฆะ และขอให้ทำลายใบเหยียบย่ำนั้นเสีย จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่พิพาทไม่ได้เป็นของโจทก์ เดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่า จำเลยที่ 1 จึงร้องขอเหยียบย่ำ เจ้าพนักงานได้ไปชันสูตรและประกาศโฆษณาแล้วไม่มีใครคัดค้าน จึงได้ออกใบเหยียบย่ำให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ก็เข้าทำประโยชน์ปกครองถือสิทธิเป็นเจ