ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 305/2497

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 305/2497นายมอญ ราชภูศรีโจทก์นายสา สร้อยระย้า ผู้แทนวัดสุขเกษมจำเลย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ป.พ.พ. ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ จะโอนกรรมสิทธิ์ได้แต่โดยพระราชบัญญัติเอกชนจะอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ในที่ของวัดไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไม่มีโฉนด 1 แปลงอยู่ที่ตำบล (โตนด) เทวราช อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทองเนื้อที่ 2 งาน 38 วา ทิศเหนือติดวัดประสาท ทิศใต้ติดถนนวัดสุขเกษมทิศตะวันออกติดวัดสุขเกษมทิศตะวันตกติดที่นายอ่อน นางสิน ซึ่งได้รับซื้อมาจากนางทองใจ โดยได้ทำหนังสือซื้อขายกันที่อำเภอไชโยโจทก์ครอบครองมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยก็ทราบ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2493 จำเลยนำเจ้าพนักงานไปทำการรังวัดเพื่อออกโฉนดที่วัด จำเลยได้นำเจ้าพนักงานชี้เขตกินเข้าไปในที่ดินของโจทก์กว้าง 13 วา ยาว 10 ศอก ราคา 1,000 บาท ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องโจทก์คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินสั่งให้โจทก์มาฟ้องภายใน 30 วันขอให้ศาลห้ามอย่าให้จำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์รายนี้จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้แทนของวัดสุขเกษมจริง โดยเจ้าอาวาสได้มอบหมายเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดที่ดินของวัดสุขเกษมเพื่อออกโฉนดนั้น จำเลยนำชี้ที่ดินซึ่งเป็นของวัดสุขเกษมหาได้นำชี้รุกล้ำที่ดินของโจทก์หรือผู้อื่นไม่ ที่ดินตามฟ้องเป็นที่ของวัดสุขเกษมซึ่งโจทก์ปลูกเรือนอยู่ โจทก์กล่าวอ้างว่าซื้อมาจากนางทองใจนั้นจำเลยไม่ทราบ การที่โจทก์และนางทองใจทำการซื้อขายกันนั้นก็กระทำไปโดยมิชอบ เพราะนางทองใจจะเอาที่วัดไปขายมิได้ศาลจังหวัดอ่างทองพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่รายพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแล