ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2497

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2497นายมนู ยูประพัฒน์โจทก์นายชุนเหยี่ยว แซ่หวู่ ที่ 1 นายชุนเหว่งจำเลย ป.พ.พ. ทายาทของเจ้าของเรือนทำสัญญาขายฝากเรือนให้โจทก์. แล้วเปลี่ยนเป็นขายขาด. แล้วทำสัญญาประนีประนอมแบ่งเรือนให้จำเลยซึ่งได้ครอบครองเรือนอยู่. โจทก์ฟ้องทายาท. ศาลบังคับให้ทายาทโอนเรือนให้โจทก์ตามสัญญาเสร็จไปแล้ว.จำเลยจะขัดขวางขืนครอบครองเรือนอยู่ต่อไปไม่ได้.คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ละเมิดเข้าอยู่และใช้เรือนของโจทก์โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปแล้ว จำเลยเพิกเฉยเสีย เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 1,430 บาท โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายจำนวนที่กล่าวกับค่าเสียหายต่อไปเดือนละ 80 บาท จำเลยให้การต่อสู้และกลับฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์เรือนและห้องแถว จำเลยมิได้ทำการละเมิด จำเลยได้เข้าอยู่ในเรือนพิพาทฐานเป็นเจ้าของร่วมตามสัญญาประนีประนอมยอมความการที่นางหลิน แซ่หวู่ ผู้เดียวโอนขายเรือนและห้องแถวซึ่งเดิมเป็นของนายหง แซ่หวู่ ให้แก่โจทก์นั้น มิได้รับความยินยอมจากจำเลยทั้งโจทก์ก็รู้ว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วม การกระทำของโจทก์และนางหลินจึงเป็นการฉ้อฉล ขอให้ยกฟ้องโจทก์ กับขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างโจทก์กับนางหลิน แล้วขายทอดตลาดทรัพย์นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่จำเลยคนละส่วน ถ้าไม่สามารถจะเอาขายทอดตลาด ให้โจทก์รับผิดใช้เงินส่วนที่จำเลยจะได้ 10,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้ซื้อโรงเรือนพิพาทจากนางหลินโดยสุจริต มีค่าตอบแทน และได้ทำการซื้อขายกันตามแบบพิธีที่กฎหมายบังคับ ทั้งตัดฟ้องว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความโจทก์ไม่อยู่ในฐานะรับรู้รับรองสัญญาประ