ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2497

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2497นายซ้ง แซ่ฉั่วโจทก์นายสำรวย ไชยารัตน์จำเลย ป.พ.พ. ผู้ขายฝากขอไถ่การขายฝากภายในกำหนดเวลาแห่งสัญญาแต่ผู้ซื้อฝากเกี่ยงจะให้ผู้ขายฝากชำระหนี้ค่าเช่าที่ค้างด้วยจึงไม่รับไถ่ ผู้ขายฝากฟ้องขอไถ่ได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2492 โจทก์ได้ทำสัญญาต่ออำเภอปทุมวัน ขายฝากตึกแถว 2 ชั้นเลขที่ 223, 225, 227, 229, 231 ถนนจารุเมือง และเลขที่ 140 ตรอกสุนทรพิมล ตำบลรองเมือง อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ซึ่งเป็นของโจทก์ปลูกอยู่ในที่ดินของผู้มีชื่อไว้กับจำเลยเป็นเงิน 50,000 บาท มีกำหนดไถ่ถอนคืนภายในเวลา 2 ปี บัดนี้โจทก์ได้พยายามไถ่ถอนคืนตึกรายนี้ แต่จำเลยบิดพลิ้วต่าง ๆ และเกี่ยงจะให้โจทก์ชำระค่าเช่าตึกพิพาทที่ค้างชำระก่อน ฝ่ายโจทก์ก็ยอมแต่ขอทำการไถ่ถอนการขายฝากเสียก่อน จึงคิดเรื่องค่าเช่ากัน จำเลยไม่ยอมและอายุสัญญาไถ่ถอนการขายฝากจะสิ้นสุดลงในวันที่ 6 ตุลาคม 2494 โจทก์ไม่มีทางบังคับให้จำเลยรับเงินค่าไถ่ถอนตึกรายพิพาทได้จึงต้องนำคดีมาสู่ศาล (โจทก์ฟ้องวันที่ 1 ตุลาคม 2494) ขอบังคับให้จำเลยรับเงินจำนวน 50,000 บาทไว้เป็นค่าไถ่ถอนการขายฝากตึกแถวตามฟ้อง และให้จำเลยไปทำการแก้ทะเบียนไถ่ถอนการขายฝาก ณ ที่ว่าการอำเภอปทุมวัน จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับซื้อฝากห้องแถว 6 ห้องจากโจทก์ในราคา 50,000 บาท เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2492 กำหนดไถ่ถอนคืนภายใน 2 ปี ดังฟ้องจริง แต่ที่อ้างว่าจำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมให้โจทก์ไถ่ถอนนั้นไม่จริง ความจริงเมื่อนัดให้ไปอำเภอเพื่อทำการไถ่ถอน จำเลยก็ไปที่อำเภอตามนัด แต่ตัวแทนของโจทก์ไม่มีเงินมาไถ่ตามจำนวนที่จำเลยรับซื้อไว้ จำเลยไม่ได้บิดพลิ้วอย่างใด การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องก่อนครบกำหนดสัญญาก็เพื่อประวิงเวลาการไถ่ถอนไป เพราะโจทก์ไม