การยื่นอุทธรณ์แล้วไม่นำสำเนาอุทธรณ์ส่งให้คู่ความอีกฝ่ายภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ถือเป็นการทิ้งฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174(2) หรือไม่
การที่คู่ความเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดให้ ถือเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) แม้จะมีเหตุอื่นมาอ้างก็ตาม
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าทนายชั้นนี้แทนจำเลย 25 บาท
โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2495 ศาลสั่งให้ส่งสำเนาให้จำเลยภายใน 15 วัน แต่โจทก์และทนายเพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในกำหนด โดยอ้างเหตุว่าติดว่าความต่างจังหวัดและเสมียนไม่จัดการ จนล่วงเลยไปถึงวันที่ 6 ตุลาคม จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตให้นำส่งใหม่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2497นายบุญชัย ชูวารินทร์โจทก์นายประสงค์ พรหมอาศน์ ที่ 1 นายประสาร จันทรประสิทธิ์ ที่ 2จำเลย ป.วิ.พ. ยื่นอุทธรณ์แล้วไม่นำสำเนาอุทธรณ์ส่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจนเกินกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง เป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีได้คดีนี้ได้ความว่าโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2495 ศาลแพ่งสั่งในวันเดียวกันนั้นว่าให้รับอุทธรณ์ ให้จัดการส่งสำเนาให้จำเลยในกำหนด 15 วัน ต่อมาวันที่ 10 กันยายน 2495 หัวหน้ากองหมายรายงานต่อศาลแพ่งว่าโจทก์ไม่มานำส่งหมายให้จำเลย ศาลแพ่งจึงส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์สั่ง ต่อมาวันที่ 6 ตุลาคม 2495 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ว่ามิได้จงใจจะทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้โจทก์นำสำเนาฟ้องอุทธรณ์ส่งให้จำเลยใหม่ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลแพ่งไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) และมาตรา 246 จึงให้จำหน่ายคดีของโจทก์เสียจากสารบบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132(1)โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกาสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ได้ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาคดีนี้แล้ว ได้ความตามคำพยานที่โจทก์นำมาให้ไต่สวนว่าในวันที่ 21 สิงหาคม ทนายโจทก์ก็ได้ทราบคำสั่งศาลแพ่งที่ได้รับอุทธรณ์และให้นำส่งสำเนาให้จำเลยในกำหนด 15 วันนั้นแล้ว แต่ในวันนั้นเจ้าหน้าที่ยังเขียนหรือพิมพ์หมายไม่เสร็จทนายโจทก์ก็เลยกลับบ้านเสีย ต่อมาวันที่ 25 หรือ 26 สิงหาคม 2495 ทนายโจทก์ไปว่าความที่จังหวัดชลบุรี จึงได้สั่งให้นายจรูญเสมียนให้ไปนำหมายและสำเนาฟ้องอุทธรณ์ที่กองหมาย แต่นายจรูญหาได้ไปจัดการไม่เพราะได้ไปธุระกิจเสียที่