ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8971/2553นายพงษ์เทพ จันทบุรีโจทก์นายสายชล เปรมศรี กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 286 วรรคหนึ่ง (3), ม. 286 วรรคสอง, ม. 290 วรรคหนึ่งบทบัญญัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง เป็นการห้ามเด็ดขาดไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดหรืออายัดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นยึดหรืออายัดทรัพย์ไว้ก่อนแล้ว แต่ให้ใช้วิธีขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์นั้นแทน ที่โจทก์อ้างว่าเป็นการขออายัดเฉพาะเงินเดือนส่วนที่ยังไม่ถูกอายัดก็ได้ความว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินเดือนของจำเลยทั้งสองไว้โดยคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งการดำรงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 286 วรรคหนึ่ง (3) และวรรคสอง กับอายัดเงินโบนัสและเงินตอบแทนกรณีออกจากงานไว้แล้ว หากจะอายัดเงินเดือนส่วนที่เหลือจากที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นอายัดไว้ จำเลยทั้งสองก็จะเดือดร้อนไม่มีเงินเหลือเพื่อดำรงชีพ ทั้งโจทก์ก็ไม่แสดงให้ปรากฏว่าเงินที่เหลือจากการถูกอายัดคดีอื่นมีเพียงใด จึงไม่มีสิทธิขอให้อายัดเงินเดือนของจำเลยทั้งสองเพิ่มเติมคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 90,000 บาท โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์จึงบังคับคดี โดยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยทั้งสอง แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งว่าจำเลยทั้งสองถูกอายัดเงินเดือนไว้ในคดีอื่นแล้ว ไม่อาจอายัดซ้ำได้ โจทก์จึงยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องประกอบรายงานข้อเท็จจริงของกองอายัดทรัพย์สิน กรมบังคับคดีแล้ว เห็นว่า การขออา