ปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ และการละทิ้งที่ดินมือเปล่าต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะขาดสิทธิ
ที่บ้านที่สวนไม่มีหนังสือสำคัญนั้นจะต้องละทิ้งเป็นเวลานาน 9-10 ปี จึงจะขาดสิทธิตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 แต่หากโจทก์ทราบเรื่องถูกแย่งครอบครองแล้วไม่ฟ้องภายใน 1 ปี คดีขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1374
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าคดีขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกเรือนรบกวนสิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่าที่ดินเป็นของจำเลยและเป็นที่ดินมือเปล่า คดีขาดอายุความ โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นที่บ้าน จำเลยซื้อที่ดินครอบครองมา โจทก์ทราบเรื่องถูกแย่งครอบครองแต่ไม่ฟ้องภายใน 1 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2497นายหมา สุขขวดโจทก์นายพจน์ กำจรจำเลย ป.พ.พ. ม. 1374, ม. 1382 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ป.ที่ดิน ที่บ้านที่สวนไม่มีหนังสือสำคัญนั้นจะต้องละทิ้งเป็นเวลานาน9-10 ปี จึงจะขาดสิทธิตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42(อ้างฎีกาที่ 5/2495) ซื้อที่ดินมือเปล่าจากผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของ ครอบครองมาเจ้าของรู้ว่าถูกแย่งครอบครองแล้ว ไม่ฟ้องใน 1 ปีขาดอายุความโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้ามาปลูกเรือนในที่ดินของโจทก์ เป็นการรบกวนสิทธิครอบครองขอให้ขับไล่และรื้อเรือนไปจำเลยให้การว่า เป็นที่ดินของจำเลยซึ่งได้รับโอนจากนายเนียรโดยจดทะเบียนสิทธิตามกฎหมาย ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า คดีขาดอายุความแล้วศาลชั้นต้นฟังว่ายังไม่ขาดอายุความพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและรื้อเรือนออกไปศาลอุทธรณ์ฟังว่า ขาดอายุความแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวน อันโจทก์มีสิทธิในที่นี้ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 การละทิ้งจะต้องเป็นเวลานานถึง 9-10 ปี โจทก์จึงจะขาดสิทธิ ทางพิจารณาโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเป็นที่บ้าน ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังตามจำเลยนำสืบว่าจำเลยซื้อที่ดินครอบครองมา แม้จะไม่ใช่ซื้อจากเจ้าของ แต่เมื่อโจทก์ทราบเรื่องถูกแย่งครอบครอง ไม่ได้ฟ้องจำเลยภายในกำหนด 1 ปี คดีขาดอายุความพิพากษายืน(นนทประชา-ดุลยพากย์สุวมัณฑ์-ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ