ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 553/2497

ประเด็นกฎหมาย

การกู้เงินเพื่อดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัด แม้มิได้ระบุไว้ในตราสารจัดตั้ง ถือว่าอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ และการใช้ตราปลอมโดยผู้จัดการ

หลักกฎหมาย

การกู้เงินเพื่อให้กิจการดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดย่อมนับเนื่องเข้าในวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นแม้จะไม่ระบุไว้ชัดแจ้งในตราสารจัดตั้งก็ดี และการทุจริตของตัวแทนซึ่งเป็นผู้จัดการ จำเลยซึ่งเป็นตัวการต้องรับผิดชอบ จะอ้างว่าตราปลอมไม่ต้องรับผิดชอบไม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้เงินต้นรวม 43,950 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 มีนาคม 2493 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าทนายชั้นฎีกา 400 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดกู้เงินเพื่อซื้อข้าวมาสีและซ่อมแซมโรงสี ซึ่งเป็นกิจการตามวัตถุประสงค์ของห้าง แม้ตราสารจัดตั้งมิได้ระบุเรื่องการกู้เงินไว้ และผู้จัดการใช้ตราปลอมประทับในสัญญากู้ แต่ตราปลอมมีลักษณะคล้ายคลึงกับตราจริง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 553/2497นางสายหยุด กิ่งมณีโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด บางจากพาณิชย์จำเลย ป.พ.พ. การกู้เงินเพื่อให้กิจการดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดย่อมนับเนื่องเข้าในวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นแม้จะไม่ระบุไว้ชัดแจ้งในตราสารจัดตั้งก็ดี ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดลงชื่อกู้เงินแทนห้างแต่ประทับตราปลอมห้างหุ้นส่วนจำกัดก็ต้องรับผิดจำเลยเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแล้ว มีผู้ถือหุ้นด้วยกัน 3 คน คือ นายกมล วัฒนพาณิช นายมนัสวัฒนพาณิช และนายจุล วัฒนพาณิช มีวัตถุที่ประสงค์ตั้งโรงสีทำการสีข้าว จำหน่ายข้าวซื้อขายข้าวสาร แกลบรำ ทำการเป็นตัวแทนหรือนายหน้าซื้อขายข้าวเปลือกข้าวสาร ประกอบการทำกระสอบข้าวและเครื่องอุปกรณ์เกี่ยวแก่โรงสีข้าว นายกมล วัฒนพาณิชผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดเป็นผู้จัดการ ดังปรากฏตามเอกสารหมาย ล.23 ห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้มีดวงตราซึ่งจดทะเบียนแล้วหนึ่งดวงรูปไข่มีข้อความว่า "หุ้นส่วนจำกัด บางจากพาณิช"โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้และดอกเบี้ยที่ค้างจากจำเลยตามหนังสือสัญญากู้ 2 ฉบับที่จำเลยโดยนายกมล วัฒนพาณิช ผู้จัดการ ทำกู้รับเงินไปตามเอกสารหมาย จ.1 จ.2 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2492 ต้นเงิน 33,000 บาท และวันที่ 14 มีนาคม 2493 ต้นเงิน 10,950 บาท จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด โดยยกข้อต่อสู้หลายประการ ศาลทั้งสองพิจารณาฟังว่า นายกมล วัฒนพาณิช ซึ่งเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำเลยได้กู้และรับเงินไปในนามของจำเลยทั้ง 2 คราวตามฟ้องจริง โดยอ้างเหตุผลในการกู้คราวแรกว่าจะเอาเงินไปซื้อข้าวมาสีจำหน่าย คราวหลังว่าจะซ่อมแซมโรงสีเพื่อขาย ดวงตราที่ประทับนายกมล วัฒนพาณิช เป็นผู้ประทับไว้เอง แต่ปรากฏว่าเป็นดวงตราปลอมวัตถุที่ประ