ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2540องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพโจทก์บริษัท พิพัทธ์ประกันภัย จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 29 วรรคแรก, ม. 172มูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้ชนรถยนต์โดยสารของโจทก์เสียหายมีรายละเอียดแห่งข้อหาแต่ละข้อตามฟ้องเกิดต่างวันต่างเวลากันทั้งข้อเท็จจริงที่เกิดเหตุแตกต่างกันการนำสืบพยานหลักฐานต่างๆย่อมไม่สะดวกต่อการพิจารณาของศาลและการที่รถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยคันหนึ่งละเมิดชนรถยนต์โดยสารของโจทก์เสียหายก็มิได้หมายความว่ารถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้อีกคันหนึ่งจะต้องรับผิดต่อรถยนต์โดยสารของโจทก์คันอื่นด้วยเป็นการแสดงชัดแจ้งว่าข้อหาแต่ละอย่างตามฟ้องมิได้เกี่ยวข้องกันแม้จะเป็นมูลหนี้เรียกค่าเสียหายมีลักษณะประเภทเดียวกันก็ตามโจทก์จะนำมารวมฟ้องเป็นคดีเดียวกันหาได้ไม่คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนเรียกค่าเสียหาย อันเกิดจากรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้รวม 4 คัน ชนรถยนต์โดยสารของโจทก์เสียหายรวม 4 ค้นโดยรถยนต์แต่ละคันที่จำเลยรับประกันภัยไว้เกิดเหตุชนกับรถยนต์โดยสารของโจทก์แต่ละคันต่างวันต่างเวลากัน โดยเรียกค่าเสียหายจากจำเลยรวมเป็นเงิน 22,013.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 19,314.70 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่า มูลเหตุที่โจทก์นำมาฟ้องทั้งสี่รายมิใช่มูลหนี้ที่จะนำมาฟ้องรวมกันในคราวเดียวกันได้จึงมีคำสั่งคืนฟ้องให้โจทก์ทำมาใหม่ภายใน 7 วันโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัย ตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์นำมูลหนี้ตามฟ้องมารวมฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้หรือไ