ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353/2540

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นดอกเบี้ยเกินคำฟ้องและพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยโดยไม่แสดงเหตุผลตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพ

หลักกฎหมาย

ประเด็นในคดีต้องเกิดจากคำฟ้องและคำให้การ ศาลแรงงานจะพิพากษาหรือสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องไม่ได้ เว้นแต่เพื่อความเป็นธรรมและต้องแสดงเหตุผล

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุกระยะเวลา 7 วันนับแต่วันฟ้อง แต่ไม่ได้กล่าวถึงดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในฟ้อง ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นดอกเบี้ยและพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยโดยมิได้แสดงเหตุสมควร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.วิ.พ. ม. 225
  • มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353/2540นาย มนตรี อินภมร บริษัท เกอร์ฮอฟฟ แอนด์โจทก์วิดมานน์แอ็กเทียนกิเซ็ลซัฟท์ จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 39, ม. 52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินค่าล่วงเวลาโจทก์มีคำขอให้จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ15ทุกระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จซึ่งเป็นการขอให้บังคับจำเลยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ31วรรคสองประเด็นในคดีย่อมต้องเกิดจากคำฟ้องและคำให้การเมื่อโจทก์มิได้กล่าวในฟ้องถึงเรื่องดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปีซึ่งกำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวข้อ31วรรคหนึ่งแม้ศาลแรงงานกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่าจำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาและดอกเบี้ยหรือไม่เพียงใดก็เป็นการกำหนดประเด็นที่เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฎในคำฟ้องการกำหนดประเด็นส่วนของดอกเบี้ยจึงเป็นการไม่ชอบแม้ศาลแรงงานวินิจฉัยให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ก็ต้องถือว่าวินิจฉัยในเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522มาตรา52ที่บัญญัติว่าห้ามมิให้ศาลแรงงานพิพากษาหรือสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฎในคำฟ้องเว้นแต่ในกรณีที่ศาลแรงงานเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความจะพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับก็ได้จึงเห็นได้ว่าโดยหลักแล้วจะสั่งเช่นนั้นไม่ได้นอกจากจะเข้าข้อยกเว้นแต่ในคำพิพากษาศาลแรงงานก็มิได้กล่าวว่ามีเหตุสมควรอย่างไรจึงให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยดังกล่าวแก่โจทก์จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นนิติบุคคลประกอบกิจการร่วมค้าใช้ชื่อจำเลยที่