ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2497

ประเด็นกฎหมาย

การโอนขายทรัพย์พิพาทภายหลังฟ้องคดีขับไล่ผู้เช่า ไม่ทำให้สิทธิฟ้องของโจทก์หมดไป และการที่ผู้ซื้อเข้าเป็นโจทก์ร่วมทำให้ฟ้องสมบูรณ์

หลักกฎหมาย

การที่โจทก์ขายที่ดินกับตึกรายพิพาทไปภายหลังเมื่อได้ฟ้องจำเลยคดีนี้ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ไม่ทำให้โจทก์หมดสิทธิฟ้องร้องคดีนี้ และนางจินดาภาผู้ซื้อได้รีบร้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วย ยิ่งทำให้ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่เช่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 600 บาท และต่อไปเดือนละ 300 บาทนับแต่เดือนพฤษภาคม 2492 จนกว่าจะส่งคืนสถานที่เช่า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2492 ต่อมาโจทก์ขายที่ดินพร้อมตึกพิพาทให้นางจินดาภาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2492 ภายหลังฟ้องคดีแล้ว นางจินดาภายื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2492 จำเลยร้องขอให้ตัดฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2492

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2497พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดยนายสถิตย์ นิยมศิลป์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางจินดาภา สายัณหวิกสิตโจทก์นายเล็ก นิติธรรมจำเลย ป.วิ.พ. เจ้าของฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ดินและเรียกค่าเสียหาย แล้วโอนขายที่ดินให้ผู้ซื้อไปผู้ซื้อเข้าเป็นโจทก์ร่วมดังนี้ไม่ทำให้ผู้ขายซึ่งเป็นโจทก์หมดสิทธิฟ้องร้องคดีนั้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวเลขที่ 488,490 ของบริษัท ไทยนิธิ จำกัดตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2489 ถึง 31 มกราคม 2492 ค่าเช่าเดือนละ 300 บาทจำเลยเช่าเพื่อประกอบการค้าวิทยุใช้ยี่ห้อว่า "เรเดียวแล๊บ" สถานที่เช่าอยู่ในทำเลการค้า โจทก์ซื้อตึกรายนี้ไว้จากบริษัทไทยนิธิ จำกัด สิทธิการเช่ารายนี้จึงตกมาอยู่แก่โจทก์และได้แจ้งการโอนให้จำเลยทราบแล้ว ต่อมาหมดอายุสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2492 โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลยให้ส่งคืนสถานที่เช่าในวันที่ 15 เมษายน 2492 จำเลยเพิกเฉยอยู่ต่อมาโดยละเมิดทำให้โจทก์เสียหาย ขอขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสถานที่เช่าและเรียกค่าเสียหายจำเลยให้การว่า ได้เช่าตึกรายพิพาทจากบริษัทไทยนิธิ จำกัดและจำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกรายนี้ตลอดมา จำเลยเช่าตึกพิพาทเป็นที่อยู่อาศัย และตั้งอยู่ในทำเลที่อยู่อาศัย จำเลยได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันศาลชั้นต้นพิจารณาเห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดี จำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อทำการค้าใช้ยี่ห้อว่า เรเดียวแล๊บ ทำการจำหน่ายและซ่อมเครื่องรับวิทยุ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักรกล และของใช้เบ็ดเตล็ด จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่เช่ารายพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 600 บาท แ