ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2497

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าโจทก์จะบังคับให้จำเลยรับชำระหนี้และคืนที่ดินได้หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์กู้เงินจากนายน้อย มิใช่จากจำเลย

หลักกฎหมาย

การขอชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญาต้องชำระต่อผู้ให้กู้ที่แท้จริง จะมาขอให้บังคับจำเลยซึ่งมิใช่ผู้ให้กู้รับชำระหนี้ไม่ได้ และเมื่อโจทก์มิได้ฟ้องผู้ให้กู้ที่แท้จริงร่วมเข้ามา ศาลจะบังคับจำเลยตามฟ้องไม่ได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยให้ยกฟ้องของโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิในการฟ้องร้องใหม่ในทางที่ควร

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับเงิน 2,000 บาท แล้วคืนที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยไว้เป็นประกัน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์กู้เงินจากนายน้อย มิใช่จากจำเลย และโจทก์มิได้ฟ้องนายน้อยร่วมเข้ามาด้วย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2497นางจิโจทก์นายหมัด ไชยเส็งจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับเงินชำระหนี้ 2,000 บาทแล้วคืนที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยไว้เป็นประกันจำเลยให้การว่าที่ดินเป็นของจำเลยโจทก์นำสืบพยานได้ความว่าโจทก์กู้เงินนายน้อย หาได้กู้เงินจำเลยไม่ศาลจะบังคับให้จำเลยรับชำระหนี้ไม่ได้ต้องพิพากษายกฟ้องคดีเรื่องนี้โจทก์ฟ้องกล่าวความว่า ที่นากับที่สวนรายพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง อยู่ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นของโจทก์และนายผลัดสามีครอบครองมาราว 20 ปี เมื่อ 7-8 ปีมานี้นายผลัดเอาที่รายพิพาทไปประกันหนี้กับผู้มีชื่อ เป็นเงิน 300 บาทโดยมีสัญญาว่ามีเงินเมื่อใดยอมให้ไถ่ถอนคืน อีก 2 ปีนายผลัดตายโจทก์ได้ไปเอาเงินเพิ่มจากเจ้าหนี้เดิมอีก 400 บาท เพื่อทำศพนายผลัด ครั้นเมื่อ 2-3 ปีมานี้ จำเลยผู้เป็นบิดานายผลัดได้ไถ่ถอนที่ดินรายพิพาทจากผู้มีชื่อมาในนามของโจทก์เป็นเงิน 700 บาท และเมื่อ 8 เดือนมานี้ โจทก์ให้บุตรไปเอาเงินเพิ่มจากจำเลยอีก 1,300 บาท รวมเก่าเป็น 2,000 บาทโดยเอาที่ดินรายพิพาทเป็นประกันหนี้บัดนี้โจทก์ไปขอไถ่ถอนที่รายพิพาทคืนต่อจำเลย จำเลยไม่ยอมให้ไถ่เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย เพราะขาดประโยชน์ในที่ดิน จึงขอให้บังคับจำเลยรับเงิน 2,000 บาท จากโจทก์และมอบคืนที่รายพิพาทแก่โจทก์ห้ามมิให้เกี่ยวข้องต่อไป และเรียกค่าเสียหายเฉพาะปี พ.ศ. 2495เป็นเงิน 500 บาท ปีต่อ ๆ ไปปีละ 800 บาท จนกว่าจะมอบที่ดินจำเลยต่อสู้ว่าที่ดินรายพิพาทเป็นของจำเลย มอบนายผลัดไปเพียงให้อาศัยทำกินเท่านั้น เมื่อนายผลัดตายแล้ว โจทก์ก็ออกจากที่รายนี้ไปอยู่ที่อื่นและมีสามีใหม่ ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่รายนี้อีก จำเลยได้ครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา คดีของโจทก์ขาดอายุความทั้งทางมรดกและสิทธิคร