สัญญาจะซื้อขายที่ดินที่มีเงื่อนไขว่าจำเลยจะโอนให้ต่อเมื่อซื้อที่ดินใหม่ได้ในราคาพอสมควร เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน เมื่อเงื่อนไขไม่เป็นไปตามที่กำหนด สัญญา
เงื่อนไขในสัญญาที่กำหนดให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนจึงจะบังคับสัญญาได้ เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน มิใช่เงื่อนเวลา หากเงื่อนไขไม่เป็นไปตามที่กำหนด สัญญาย่อมไม่มีผลบังคับ เว้นแต่จะปรากฏว่าคู่สัญญากระทำโดยไม่สุจริต
โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย ให้ยกฎีกาโจทก์ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์เสียค่าทนายแทนจำเลยอีก 300 บาท
โจทก์นำเงิน 1,200 บาท มาให้จำเลยเพื่อขอซื้อนาคืน โดยมีสัญญาว่าจำเลยจะโอนที่ดินให้ต่อเมื่อจำเลยซื้อที่ดินใหม่ได้ในราคาพอสมควร ต่อมาจำเลยซื้อที่ดินใหม่ได้ในราคาไร่ละประมาณ 1,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาเดิมมาก โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำโดยไม่สุจริต และโจทก์ได้ให้ข้าวเปลือกแก่จำเลยปีละ 100 ถัง รวม 2 ปี ซึ่งศา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2497นายผ่อง ไหสุภาโจทก์นายชื้น เติมบุญ ที่ 1 นางเล็ก เติมบุญ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. จำเลยรับเงิน 1,200 บาท เท่าราคานาที่จำเลยซื้อจากแม่ยายโจทก์โดยสัญญาจะขายนานั้นคืนให้โจทก์ แต่มีข้อสัญญาด้วยว่า ถ้าจำเลยซื้อนาได้ใหม่ในราคาพอสมควรจำเลยจะไปโอนให้ข้อสัญญานี้เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ไม่ใช่เงื่อนเวลา ต่อมา 3 ปี จำเลยซื้อนาได้ไร่ละ1,000 บาท โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทำโดยไม่สุจริตดังนี้การมิได้เป็นไปตามเงื่อนไข สัญญาจึงไม่มีผลบังคับโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 913 ตำบลทุ่งครู อำเภอราษฎร์บูรณะจังหวัดธนบุรี เนื้อที่ 11 ไร่ 3 งาน 88 วาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2489 ประมาณ 6 ปีมาแล้ว จำเลยที่ 1 ผู้สามีได้รับเงินจากโจทก์ 1,200 บาท เพื่อโอนขายนารายพิพาทนี้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 รู้เห็นด้วย แต่มีสัญญากันว่า จำเลยจะต้องซื้อที่ดินใหม่ในราคาพอสมควรจึงจะโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ แล้วจำเลยก็หน่วงเหนี่ยวรั้งรออยู่จนที่ดินราคาสูงจึงได้ซื้อ และยกเป็นเหตุอ้างเอาข้าวจากโจทก์สองคราว ๆ ละ100 ถัง โจทก์เตือนให้โอนที่ดินจำเลยก็ไม่โอน เวลานี้ราคาที่พิพาทขึ้นถึง12,000 บาทแล้ว จำเลยกลับบอกขายให้ผู้อื่น จึงต้องฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์นาพิพาทให้แก่โจทก์จำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งว่า สัญญาจะซื้อขายเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 เพราะมีเงื่อนไขซึ่งสุดแล้วแต่ใจของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ โจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาเพราะเมื่อจำเลยซื้อนาได้ใหม่ราคาพอสมควรแล้ว แจ้งให้โจทก์ชำระราคาที่รายพิพาทตามราคานั้น โจทก์ยอมให้ริบเงินมัดจำ 1,200 บาทนั้นแล้วโจทก์เช่านาพิพาทของจำเลยทำ โจทก์จะว่าซื้อนาพิพ