การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 วิ่งหนีไปกับจำเลยที่ 1 หลังจากจำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้เสียหาย เพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นตัวการร่วมในการทำร้ายร่า
การที่จำเลยวิ่งหนีไปกับผู้ลงมือทำร้ายหลังจากเกิดเหตุเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่แสดงถึงการสมคบหรือร่วมรู้ก่อนหรือขณะเกิดเหตุ ยังไม่เพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมในการทำร้ายร่างกาย
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์
จำเลยทั้งสามยืนฟังหมอรำอยู่ด้วยกัน จำเลยที่ 1 ใช้สากตีศีรษะผู้เสียหายแล้ววิ่งหนีไป จำเลยที่ 2 และที่ 3 วิ่งหนีไปด้วย แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กับผู้เสียหายรู้จักกัน ไม่เคยมีสาเหตุบาดหมาง และก่อนเกิดเหตุไม่มีปากเสียงกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2497พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นโจทก์นายอึ่ง สีหาบุตร ที่ 1 นายรินทร์ มานาง ที่ 2 นายสมพาน สีหาบุตร ที่ 3จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา จำเลย 3 คนยืนฟังหมอรำอยู่ด้วยกันคนหนึ่งใช้สากตีศรีษะผู้เสียหายที่เดินผ่านมาแล้ววิ่งหนีไป อีก 2 คนวิ่งไปด้วยยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ไม่ได้ลงมือตีเป็นตัวการในการทำร้ายร่างกายด้วยคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2496 เวลากลางคืนจำเลยสมคบกันใช้อาวุธทำร้ายร่างกายนายทองใบ อนันต์ มีบาดเจ็บเหตุเกิดตำบลเมืองเพียอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2, 3 ให้การปฏิเสธต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้ง 3 คนยืนฟังหมอรำอยู่ด้วยกัน แล้วนายทองใบกับพวกเดินผ่านมา จำเลยที่ 1 ได้ใช้สากตีศีรษะนายทองใบแล้ววิ่งหนีไปทางทิศเหนือ จำเลยที่ 2-3 ก็วิ่งไปกับจำเลยที่ 1 ด้วยศาลชั้นต้นเห็นว่าการที่จำเลยที่ 2-3 วิ่งหนีร่วมไปกับจำเลยที่ 1 ในทางเดียวกันนี้ กรรมย่อมชี้ว่าจำเลยที่ 2-3 ได้สมคบกับจำเลยที่ 1 ในการทำผิดด้วย เพราะถ้าไม่ร่วมด้วยมาแต่ต้นหรือในขณะเกิดเหตุแล้วคงไม่วิ่งหนีไปด้วยกันจึงพิพากษาว่าจำเลยทั้ง 3 มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254, 63 ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 เพราะรับสารภาพเสียกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 หกเดือนจำเลยที่ 2-3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เพียงแต่จำเลย 2-3 วิ่งหนีไปกับจำเลยที่ 1 เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วนั้นยังไม่มั่นคงพอที่จะฟังว่าจำเลยได้สมคบและร่วมรู้ในการทำผิดกับจำเลยที่ 1 จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2-3 ปล่อยจำเลยที่ 2-3 ไปโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย 2-3 ดังศาลชั้นต