ปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายตกจากเรือหรือส่งขึ้นบกแล้วถูกผู้อื่นทำร้าย และปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลจะวินิจฉัยลักษณะศพโดยไม่มีพยานสนับสนุนได้หรือไม่
การวินิจฉัยเกี่ยวกับลักษณะศพต้องมีคำพยานสนับสนุน ศาลไม่อาจรู้เองได้
ศาลฎีกาพิพากษากลับ ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับโดยเห็นว่าลักษณะศพที่ยังมีเลือดไหลและสดอยู่ชวนให้เชื่อว่าถูกทำร้ายภายหลัง โจทก์ฎีกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2497พนักงานอัยการจังหวัดระยองโจทก์นายเยิ้ม รัตนวิจิตรจำเลย ป.วิ.อ. ข้อความที่ว่าศพยังมีโลหิตไหลออกทางจมูก และศพยังสดอยู่ชวนให้เชื่อว่าถูกทำร้ายตายไม่ถึง 3 วันนั้น ศาลต้องวินิจฉัยโดยมีคำพยานสนับสนุน ศาลไม่อาจรู้เองได้คดีเป็นปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายตกจากเรือลงในทะเล หรือว่าจำเลยไปกับผู้ตายในเรือจำเลยส่งผู้ตายขึ้นบกไปแล้ว จึงมีผู้ทำร้ายผู้ตายภายหลัง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ โจทก์ฎีกา มีข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับคำพยานที่ว่าเมื่อชันสูตรพลิกศพหลังจากเกิดเหตุแล้ว 3 วัน ศพมีลักษณะอย่างไรควรเชื่อว่าถูกทำร้ายตายมาถึง 3 วัน ดังฟ้องจริงหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยดังนี้"อีกข้อหนึ่งศาลอุทธรณ์กล่าวว่า นายนาคนายอำเภอเบิกความว่าทำการชันสูตรศพในวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ศพมีเลือดไหลออกทางจมูกและหูศพยังสดอยู่ ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่าลักษณะของศพเช่นนี้ชวนให้เชื่อว่าผู้ตายถูกทำร้ายภายหลังเมื่อส่งตัวขึ้นบกแล้วมากกว่า ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายดังที่นายจวงเบิกความ ข้อนี้เห็นว่าการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเกี่ยวกับศพเช่นนั้น จะต้องมีคำพยานสนับสนุน ศาลไม่อาจรู้เองได้จึงยังฟังเอาเป็นประมาณไม่ได้ดุจกันศาลฎีกาพิพากษากลับ ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น(ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ-ดุลยพากย์สุวมัณฑ์-มนูกิจวิมลอรรถ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ