ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2497

ประเด็นกฎหมาย

ความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งแต่งตั้งอัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ และอำนาจของอัยการผู้ช่วยในการลงชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดี

หลักกฎหมาย

คำสั่งที่ปลัดกระทรวงกลาโหมลงนามแต่งตั้งอัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ โดยวิธีรับคำสั่งรัฐมนตรีนั้นเป็นคำสั่งรัฐมนตรีตั้ง หาใช่ปลัดกระทรวงตั้งไม่ จึงชอบด้วยพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 79 และเมื่ออัยการศาลทหารกรุงเทพฯ เป็นพยานในคดี ซึ่งต้องห้ามมิให้เป็นโจทก์ตามมาตรา 85(2) อัยการผู้ช่วยจึงมีอำนา

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลทหารกลาง ให้ศาลทหารกลางวินิจฉัยข้อกฎหมายอื่นและข้อเท็จจริงในท้องสำนวนต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามกระบวนความ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นนายทหารสัญญาบัตรถูกฟ้องในข้อหาเรียกและรับสินบน ศาลทหารกรุงเทพฯ พิพากษาจำคุก 1 ปี 10 เดือน ศาลทหารกลางพิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าคำสั่งแต่งตั้งอัยการผู้ช่วยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งแต่งตั้งชอบแล้ว และอัยการผู้ช่วยมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2497อัยการศาลทหารกรุงเทพฯโจทก์ร้อยโทพงศ์ศักดิ์ เพทาวณิชจำเลย พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2477 ม. 79, ม. 80, ม. 85 (2) คำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 130/11560 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2493 ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 243 (2), ม. 247คำสั่งที่ปลัดกระทรวงกลาโหมลงนามแต่งตั้งอัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ โดยวิธีรับคำสั่งรัฐมนตรีนั้นเป็นคำสั่งรัฐมนตรีตั้งหาใช่ปลัดกระทรวงตั้งไม่ จึงชอบด้วย พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 79เมื่ออัยการศาลทหารกรุงเทพฯเป็นพยานในคดีใด ซึ่งต้องห้ามมิให้เป็นโจทก์ตาม พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 85(2)อัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯจึงมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีนั้นได้ หาขัดต่อ พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 80ไม่ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลทหารกลางแล้วให้ศาลทหารกลางวินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามกระบวนความคดีนี้ โจทก์ ฟ้องว่าจำเลยเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการสังกัดสำนักเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้อำนาจหน้าที่ทางทุจริตเรียกและรับสินบนอันเป็นการกระทำผิดหลายบทหลายกระทงต่างกรรมต่างวาระกัน ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 127, 137, 138, 142, 71 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญาพ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 3 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2484 มาตรา 3จำเลยปฏิเสธและตัดฟ้องว่า1. ฟ้องโจทก์ข้อ 2 ไม่ระบุวันกระทำผิดและรายละเอียดแห่งข้อหา เป็นฟ้องเคลือบคลุม2. การสอบสวนมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อบังคับทหารว่าด้วยระเบียบจัดการทางคดี ถือว่ามิได้มีการสอบสวน เฉพาะฟ้องข้อ 3 และข้อ 4 จำเลยมิได้ถูกสอบสวน3. เฉพาะอัยการโจทก์เท่านั้น มีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ตา