การโอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ได้เริ่มโอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีภาย
การเริ่มโอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีภายใน 90 วัน ถือว่าได้เริ่มดำเนินการโอนกิจการตามโครงการแล้ว การโอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพภายหลัง 90 วัน แต่เป็นการดำเนินการต่อเนื่องกัน ไม่ทำให้การให้ความเห็นชอบสิ้นผลไป
พิพากษายืน ให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์เพื่อบังคับคดีแก่จำเลยได้
โจทก์เริ่มโอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีให้แก่ธนาคารกรุงไทยภายใน 90 วัน ต่อมาผู้ร้องจดทะเบียนตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์และโจทก์โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพให้แก่ผู้ร้องภายหลัง 90 วัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2546ธนาคาร กรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชนโจทก์บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัดผู้ร้องนาย ถาวร บุญประเสริฐ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 271 พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)และบริษัทบริหารสินทรัพย์ระบุให้ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน)โจทก์โอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับให้โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์ยังไม่ได้จัดตั้งขึ้นก็ไม่สามารถรับโอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพจากโจทก์ได้ แต่การที่โจทก์ได้เริ่มโอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ย่อมถือว่าโจทก์ได้เริ่มดำเนินการโอนกิจการตามโครงการดังกล่าวตามความมุ่งหมายของประกาศฉบับดังกล่าวแล้ว หลังจากนั้นเมื่อผู้ร้องได้จดทะเบียนตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์และโจทก์ได้โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องจึงเป็นการดำเนินการต่อเนื่องกันซึ่งแม้จะพ้นกำหนดเวลา 90 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ไม่เป็นผลให้การให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามประกาศดังกล่าวสิ้นผลไป ผู้ร้องจึงเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์เพื่อบังคับคดีแก่จำเลยได้คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 5,198,387.43บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงิน 2,854,044.49 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดจำนวน 5,092,279.97บาท พร้อมดอกเ