การได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศและขายให้แก่ธนาคารรับอนุญาตภายใน 7 วัน ถือเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎกระทรวงแล้ว ไม่เป็นความผิด
ข้อ 20 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติให้บุคคลที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศต้องขายให้แก่ธนาคารรับอนุญาตหรือบุคคลรับอนุญาตภายใน 7 วัน เป็นการกำหนดหน้าที่ปฏิบัติ หากฝ่าฝืนด้วยการงดเว้นไม่ปฏิบัติจึงจะมีความผิด การที่จำเลยที่ 2 ขายเงินตราต่างประเทศให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด
การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นความผิด พิพากษายืน
จำเลยที่ 2 ได้รับเงินตราจากต่างประเทศแล้วจะนำออกนอกราชอาณาจักรและถูกตรวจค้นจับกุม จำเลยที่ 1 จึงได้แลกเงินตราดังกล่าวเป็นเงินไทย โดยนำไปขายให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาปทุมวัน ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้เงินตราต่างประเทศ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11814/2553พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายวรุตม์ วรรณะเอี่ยมพิกุลจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ม. 4, ม. 8 กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2497) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ข้อ 20 แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2541) กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ข้อ 20 แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) บัญญัติว่า "บุคคลใดได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ... ต้องขายเงินตราระหว่างประเทศนั้นให้แก่ธนาคารรับอนุญาต หรือบริษัทรับอนุญาต หรือบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศ...ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้าแล้วแต่กรณี..." ซึ่งมีความหมายแต่เพียงว่าหากการได้เงินตราต่างประเทศแล้วมิได้มีการขายให้แก่ธนาคารหรือบุคคลผู้รับอนุญาตภายใน 7 วัน จึงจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการกำหนดหน้าที่ปฏิบัติ หากฝ่าฝืนด้วยการงดเว้นไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดจึงจะมีความผิด การที่จำเลยที่ 2 ได้รับเงินตราต่างประเทศแล้วทำการขายให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้เงินตราต่างประเทศ จึงถือว่าได้มีการปฏิบัติครบตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ไม่ปรากฏว่ามีกรณีงดเว้นไม่กระทำการที่กฎหมายได้กำหนดหน้าที่ไว้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นความผิดเดิมคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 4309/2546 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยเรียกจำเลยในคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 2 สำหรับคดีหมายเลขแดงที่ 4309/2546 คดีถึงที่สุดแล้ว คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัต