ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4323/2546

ประเด็นกฎหมาย

การรับฟังบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงแทนการสืบพยานบุคคลในคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ โดยไม่ต้องให้พยานเบิกความอีกเมื่อคู่ความอีกฝ่ายไม

หลักกฎหมาย

เมื่อคู่ความอีกฝ่ายไม่มาศาลในนัดสืบพยาน ถือว่าไม่ติดใจซักค้านพยาน ศาลสามารถรับฟังบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงได้โดยไม่ต้องให้พยานเบิกความอีกตามข้อกำหนดข้อ 29 วรรคท้าย และบันทึกถ้อยคำไม่จำเป็นต้องมีการสาบานหรือปฏิญาณตน เว้นแต่เมื่อพยานมาศาลเพื่อตอบคำถามค้าน

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของพยานพร้อมคำแถลงขอใช้แทนการซักถาม จำเลยที่ 3 แจ้งว่าไม่ค้านและขอซักค้านในนัดหน้า แต่ในนัดสุดท้ายทนายจำเลยที่ 3 ไม่มาศาล ศาลจึงรับฟังบันทึกถ้อยคำโดยไม่ต้องให้พยานเบิกความอีก

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4323/2546ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน)โจทก์บริษัท แกรนเดียร์อุตสาหกรรม จำกัด กับพวกจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม. 30, ข้อ ข้อ 29, ข้อ ข้อ 30โจทก์ยื่นบัญชีพยานระบุชื่อ ว. เป็นพยานโจทก์ และโจทก์ยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของ ว. ซึ่งมีรายการครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2540 ข้อ 30 ต่อศาลพร้อมกับคำแถลงขออนุญาตใช้บันทึกถ้อยคำดังกล่าวแทนการซักถามพยานบุคคล โดยโจทก์ได้ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 แล้ว เมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ทนายจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีและได้กล่าวไว้ในคำร้องด้วยว่า หากโจทก์จะใช้บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงแทนการสืบพยานบุคคลแล้ว จำเลยที่ 3 ไม่ค้าน และขอซักค้านผู้ให้ถ้อยคำในนัดหน้าพร้อมกับสืบพยานจำเลยที่ 3 ซึ่งต่อมาศาลก็มีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์พร้อมพยานจำเลยที่ 3 ในนัดหน้า ดังนั้น ในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดสุดท้ายทนายจำเลยที่ 3 ไม่มาศาลแต่ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี เมื่อศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและให้โจทก์นำพยานเข้าสืบ การที่ทนายจำเลยที่ 3 ไม่มาถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ไม่ติดใจที่จะซักค้าน ว. ศาลย่อมรับฟังบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของ ว. เป็นพยานหลักฐานได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ ว. ที่มาศาลในวันดังกล่าวเข้าเบิกความต่อหน้าศาลอีกตามข้อกำหนด ข้อ 29 วรรคท้าย ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงแทนการสืบพยานบุคคลมิได้ระบุให้ผู้ให้ถ้อยคำต้องสาบานหรือปฏิญาณตนก่อนให้ถ้อยคำ การที่บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริ